ความเข้าใจผิดเรื่อง “ปล่อยวาง”

ในภาวะน้ำท่วมเช่นนี้ วันก่อนดูสาวกวัดอื่น พูดเรื่องปล่อยวางเถอะ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ผมว่ามันไม่ถูกนัก ที่จะใช้คำนี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อจะไม่สู้น่ะครับ

ตัวอย่างชัดเจน ก็วัดธรรมกายสู้น้ำคลองระพีพัฒน์น่ะครับ แตกแล้วแตกอีก เขาบอกสู้จนกว่าน้ำจะลด (สู้จนกว่าจะชนะ)

สมมติว่า ถ้าสู้แล้วมันต้องแพ้จริงๆ ถึงค่อยพูดประโยคนั้นครับ “ปล่อยไปตามกรรม” เพราะหมดทางสู้แล้ว

ผู้ว่าปทุมธานี บอกว่าเขาไปดูมาเยอะแล้ว คันของระพีพัฒน์อลังการสุด ยังกะกำแพงเมืองจีน ส่วนที่อื่น ที่มันแตกๆกัน เพราะคนในชุมชนไม่สามัคคีน่ะคับ

Posted in เรื่องราวในสังคม | Leave a comment

ดราม่า เกิดจากอะไร

ผมสงสัยว่า การที่ใครสักคนชอบหงษ์แดง แล้วแสดงออกว่าชอบเนี่ย ชอบเพราะอะไรกัน ??

  • นักเตะที่ชอบ สังกัดหงษ์แดง
  • ทั้งทีม เก่ง
  • โลโก้สวย
  • ผู้บริหารเก่ง
  • ชอบตามๆกันมา (ปู่ชอบ พ่อชอบ)
  • ชอบตามเพื่อน (เพื่อนชอบกันทุกคน)
  • ชอบเพราะชาติกำเนิด (ดูทะเบียนบ้านได้เลย ฉันเกิดในลิเวอร์พูล

แล้วเราจะเปลี่ยนความชอบได้มั๊ย ?

  • เปลี่ยนได้ ถ้าเงื่อนไขความชอบเปลี่ยนไป เช่น นักเตะย้ายทีม
  • เปลี่ยนไม่ได้ เพราะความชอบอยู่เหนือเหตุผลใดๆทั้งนั้น อาร์ท

ถ้าเรามี “หลัก” ในการชอบ ก็จะไม่ยึดติดกับสังกัด พร้อมจะเปลี่ยนความชอบได้เสมอ ยกตัวอย่างเช่น “ชอบสีขาว

  • หากหงษ์แดงใช้โลโก้สีขาว ก็พร้อมจะชอบในทันที
  • หากชุดนักศึกษาเปลี่ยนเครื่องแบบไปใส่เสื้อสีดำ ก็เริ่มหมดอารมณ์ที่จะมอง

ความชอบเปลี่ยนได้ ถ้ามีศัตรูร่วมกัน เช่น

  • นปชเสื้อแดง มาร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพราะเกลียดเสื้อเหลืองมาก

ความชอบเปลี่ยนได้ ถ้ามีศัตรูภายใน เช่น

  • กลุ่มเสื้อเหลือง เลิกชอบสนธิลิ้ม เพราะมันด่า ปชป (รักปชปมากกว่า)

ความชอบ/ไม่ชอบ อาจเกิดจาก ชาติกำเนิด เช่น

  • เกิดมาดำ ก็เลยชอบคนดำ
  • เกิดมาไทย ก็เลยชอบคนไทย
  • เกิดดำ ก็เลยเกลียดคนขาว
  • เกิดมาลาว ก็เลยเบื่อคนไทย
  • เกิดมาหัวดำ ก็เลยอยากหัวแดง
  • เกิดมาขาว ก็อยากมีผิวแทน

จริงแล้ว อยากเสนอให้เข้าใจคำว่า “หลักการ” จะได้ยึดความชอบ บนเหตุผลของหลักการ ซึ่งเป็นกฏตายตัว ที่สมเหตุสมผล เช่น “ชอบเพราะ เขาเป็นตัวอย่างที่ดี”

  • ชอบนาวินต้า เพราะเรียนเก่ง
  • ตอนนี้เลิกสนใจนาวินต้าแล้ว เพราะมันเรียนจบแล้ว ไม่ได้แสดงความเก่งต่อไป
การชอบแบบ ยึดสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ จะทำให้ผิดหวังได้ เช่น ชอบในบุคคล สถานที่ ฯลฯ
  • ชอบห้างบางลำภูมาก ซื้อของประดิษฐ์ประดอย ก็ต้องห้างนี้ล่ะ
  • ตอนนี้ไม่ชอบห้างนี้แล้ว เบื่อ มีแต่คนแก่ และร้านนวดเหม็นๆ อะไรวะเนี่ย เกลียดบางลำภู
จริงแล้ว น่าจะลดความชอบไม่ชอบลงนะ แต่ใช้ว่า เห็นด้วย / ไม่เห็นด้วย จะชัดเจนกว่าสำหรับคนไทยอ่ะ
Posted in เรื่องราวในสังคม | Leave a comment

ยุคบ้าตัน ทำไงดี *0*

เขียนเรื่องนี้เพราะเริ่มจะดราม่า เราควรทำใจยังไงดี ข้อมูลที่ผมมีก็คือ

  • ตันโออิชิ บริจาคเยอะมาก
  • ตันโออิชิ โรงงานเสียหาย
  • คนแห่อวย และอุดหนุน ตันโออิชิ
  • จึงทำให้มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ
หลักการ ที่ดีงาม
  • ไม่สมน้ำหน้าในความโชคร้ายคนอื่น
  • ให้ยินดี เวลาคนอื่นได้ดี
  • ให้อนุโมทนา เวลาคนอื่นทำความดี
  • หงุดหงิดหมั่นไส้ หื่น… ให้เฉยๆไปก่อน
หลักการก็มีเท่านี้ล่ะครับ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนที่เราชอบ หรือไม่ชอบก็ตาม *0*
ถ้าไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี จะด่าก็เสียว จะชมก็ไม่ใช่เรา -> อยู่เฉยๆดีสุดคับผม
จริงแล้วคุณตันผมก็เฉยๆนะ ผมว่าแกตั้งใจใช้จุดนี้โปรโมทย์ตัวแก และกิจการของแก ก็เอาเป็นว่า..
  • ผมขออนุโมทนาบุญกะคุณตันนะคับ
  • เรื่องโรงงานก็เสียใจด้วยนะครับ ขอให้กิจการฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว
  • ส่วนเรื่องชาเขียว มันไม่เป๊กผมอ่ะ หวานเกินไป ผมไม่กินของแกอยู่แล้ว แยกแยะกัน ทำบุญส่วนทำบุญ ซื้อขายก็ส่วนซื้อขายอ่ะคับ
ปัญหาของดราม่าเกิดจาก คนที่อวยคุณตันเนี่ย -*- ดันเป็นพวกชอบอวย (สลิ่ม) นี่แหละ อวยเว่อ อวยเวิ่นเว้อ มีการกินชาแล้วมาโชอีก หมั่นไส้ยิ่งนัก แฎกชาหวานขนาดนั้น เบาหวานจะถามหาเอานะเธอว์…. เราจึงอยากชนะพวกมัน ด้วยการปรามๆไปบ้าง (จริงมะ ผมเข้าใจถูกเนอะ)
ก็ควรใช้หลักข้างบนนี้น่ะแหละ ปลอดภัย
  • ใครทำดี -> อนุโมทนา สาธุ (เพื่อสงเสริมความดีอ่ะ)
  • ใครได้ดี -> มุทิตา ขอแสดงความยินดีด้วยนะ (ใช้แก้ความอิจฉาได้)
  • ใครซวย -> ก็เมตตา กรุณา อย่าไปสมน้ำหน้าเขา เฉยๆไว้ การสมน้ำหน้านี่เด๋วเราจะซวยแบบเค้าบ้าง
  • หงุดหงิดหมั่นไส้แม่มว่ะ -> อุเบกขา เฉยๆไปก่อน
ส่วนเรื่องอวยนี่ ทำยังไงถึงจะอวยแล้ว เป้าหมายเราไม่โดนหมั่นไส้
  • ปลอดภัยสุดคือ “ขออนุโมทนากะ … ที่ได้ทำ ….. ด้วยนะครับ” จบ
แบบที่ไม่ปลอดภัย ที่ทำๆกันคือ
  • พรุ่งนี้จะไปซื้อชาแฎกล่ะ (-*- ใครไม่ได้แฎกชานี้ คือพวกใจร้ายใช่มะ)
  • พรุ่งนี้จะไปกินมาม่า ซาบซึ้งกะมาม่า
  • จะไปเปิดบัญชี ฝากเงินกะอีกหลายธนาคารเลยเนี่ย
  • แล้วก็จะดูช่อง 3 ด้วยนะ จะไปหาเสื้อมาใส่ด้วย
  • เชี่ย อะไรเมิงจะเป็นพวกบ้ากระแสขนาดนี้
เป็นงั้นไปนะ
Posted in เรื่องราวในสังคม | Leave a comment

วิจารณญาณ

ช่วงนี้น้ำท่วม มีการ Retweet ส่งต่อข้อความกันแบบไม่ทันยั้งคิดเพราะคิดเองว่าเป็นเรื่องดี เรื่องด่วน ฯลฯ ผมพิจารณาดูแล้ว Factor ที่ทำให้เรา RT เรื่องพวกนั้นมีดังต่อไปนี้

  • เป็นเรื่องสำคัญ
  • เป็นเรื่องเร่งด่วน
  • เป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้
  • มาจากผู้น่าเชื่อถือ
  • เป็นเรื่องเตือนภัยบุคคล
  • เป็นเรื่องเตือนภัยโรคร้ายแรง
  • เป็นเรื่องขอความช่วยเหลือ
สำหรับตัวผมเอง ถ้าเข้าข่ายข้างต้นนี้ ไม่มีวันที่ผมจะส่งต่อเด็ดขาด !!!!

ข้อเสียของการขาดวิจารณญาณ

  • ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ
  • ตกเป็นเครื่องมือทำชั่วของคนอื่น
  • ทำให้มีปัญญาน้อย
  • อาจทำให้ติดคุก
  • อาจทำให้ต้องออกจากงาน

เทคนิค

  • เรื่องที่ไม่แน่ใจ ก็ต้องบอกไปว่าได้ยินมาแบบนั้น ไม่เฟิร์มนะ
  • เรื่องที่แน่ใจ เราก็ควรส่งกลับไปบอกว่า ความจริงเป็นอย่างไรนะ แก้ให้เขา
  • เรื่องที่การใส่ร้ายกัน ก็ไม่น่าจะส่งต่อ หยุดที่เราเหอะ
  • เรื่องอวยๆ ก็ไม่น่าส่งเหมือนกัน อวยเว่อ
  • เรื่องที่ควรส่งต่อคือ เรื่องจริง สุภาพ และเป็นประโยชน์กับผู้ฟังอ่ะ
แต่ในทวิตเตอร์ผม ก็โพสท์เอามันส์เหมือนกัน ห้าๆๆๆ จริง ไม่สุภาพ แต่สะใจคนฟัง
Posted in เรื่องราวในสังคม | Leave a comment

น้ำท่วมวัดไทรม้า

บ้านผมอยู่นนทบุรี ใกล้สะพานพระนั่งเกล้าครับ วัดไทรม้าเหนือ-ใต้ ท่วมประจำเลยครับ เมื่อคืนฝนตกหนักตลอด ตอนเช้าแม่มาสะกิดว่าลูกจ๋าเตรียมย้ายข้าวของได้แล้ว น้ำในท่อเหลืออีกแค่ ครึ่งคืบ มันก็จะล้นแล้วจ้ะ *0*

แล้วก็มีคนมาป่าวประกาศหาอาสาสมัครชายหญิงให้มาช่วยยกกระสอบทราย ท่านชายช่วยยก ท่านหญิงช่วยกรอก

ช่วยกันทำจนทรายหมดเกลี้ยง ก็รอว่าเมื่อไรรถขนทรายจะมาสักที ปรากฏว่าโดนตำรวจจับอยู่ครับ ฉิบหาย มาจับอะไรเอาตอนนี้ไม่รู้จักกาลเทศะจริงๆ

วัดไทรม้าใต้

“>

ป้ายวัดจมน้ำ ด้านหลังน้ำแห้งอยู่ ต่างกัน 1 เมตร

“>

ชาวบ้านมาช่วยกันที่ลานวัด ผู้ชายแบกหาม ผู้หญิงเตรียมถุงทราย ส่วนตำรวจคอยจับรถขนทราย

“>

จัดหนา 4 กระสอบ สูง 1 เมตร เหนื่อยแฮกเลยฝ่ายซ้ายคือเจ้าพระยา รถสูบน้ำ 24 ชั่วโมงมีเวรยามเฝ้าอย่างดี

“>

ประตูน้ำที่แบบว่า สร้างมานานแล้วกระมัง น้ำในแม่น้ำสูงกว่าประตูน้ำไปซะแล้ว

“>

ลูกศรแดงนี้ บอกว่าถ้ากระสอบทรายพัง น้ำจะสูงถึงจุดนี้

ทางเดินลัดไปวัดไทรม้าเหนือ น้าเสื้อม่วงคือผู้ดูแล

วัดไทรม้าเหนือ

“>

หลวงพี่ หลวงพ่อ ออกมาช่วยกันกั้นกระสอบทราย เกรงใจจังเลยคับ

“>

ถ่ายหน้าอนามัย ให้เห็นว่าน้ำสูงแค่ไหน น้ำนิ่งๆก็โอเค ถ้ามีคลื่นล่ะโคตรเสียว

“>

ลุงเสื้อน้ำเงินคือนายกเทศมนตรี มาเฝ้าดูแลไม่ได้นอนเลย

“>

วัดไทรม้าทั้ง 2 นี้คือป้อมปราการแนวกั้นน้ำเลยล่ะ ถ้ากระสอบทรายรั่วแม้จุดเดียว น้ำจะทะลักไปถึงชั้นในยาวเลย จึงมีคนเฝ้าตลอดเวลา

“>

ชัดกันอีกหน่อยกับเทศมนตรี

บ้านลุงกำนันก็เละ

บ้านคุณปลอดประสพ สุรัสวดี

สุดปลายทางฝั่งตรงข้าม คือบ้านคุณปลอดประสพ มัวแต่ไปช่วยคนอื่น บ้านตัวเองก็หวิดเหมือนกันล่ะนะ

ความเห็นผม

การมาเดินดูทำให้ผมเห็นความสำคัญของบ้าน วัด โรงเรียน มากขึ้นเลยล่ะครับ และ…. ความสูงกระสอบทรายนั่นแหละ คือความสูงที่ควรจะเป็นของพื้นดิน

Posted in เรื่องราวในสังคม | 6 Comments

เสียงแตรข้างบ้าน (เรื่องจากทวิตเตอร์)

มีเจ๊คนนึง ทวิตบ่นว่า…

เบื่อข้างบ้านมากเลย คือบ้านเป็นทาวเฮ้าส์อ่ะคะ แล้วเคยทาสีเสาประตูบ้าน มันก็บอกว่าให้ทาแค่ครึ่งเดียว มันไม่ชอบสีนี้นะ จึงต้องเอาสีเทาไปทาแก้ให้มัน แปลกคนจริงๆ

ยัยบ้านนี้มันเปิดประตูบ้านเองไม่เป็น พอมันกลับถึงบ้าน (เที่ยงคืน) ก็จะบีบแตรเรียกคนในบ้านให้ตื่นมาเปิดประตู รำคาญมันมากๆเลยไม่มีความเกรงใจกันบ้าง ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ

ความเห็นของผม

ถ้าเป็นผมจะใช้ไม้อ่อน ไปไม้แข็ง แต่เราเป็นเพื่อนบ้านกัน ใช้ไม้อ่อนแล้วไม่เข้าใจ ก็คงต้องทนกันต่อไป ปรับทัศนคติตัวเองน่ะ

เสียงนกร้อง กบร้อง แมลงร้อง เราไม่ค่อยรำคาญสักเท่าไร บางห้างลงทุนเปิดเสียงนกซะงั้น (เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์)

เสียงคนที่เราเกลียดนี่ รำคาญหงุดหงิด แทบเป็นแทบตายเลยล่ะ

ถามว่าถ้ามีคนจะเอาเงินมาให้ตอนเที่ยงคืน 1 ล้านบาท มาถึงแล้วจะบีบแตรเรียก โอ้โห แตรแม่ง เสียงสวรรค์จริงๆ กำลังแห้งพอดี

ดังนั้น ปรับคนอื่นไม่ได้ก็ต้องปรับใจเราเองครับ

บ่นในทวิตเตอร์ก็ช่วยได้บ้าง พักนี้ชักจะบ่นบ่อย ห้าๆ

Posted in เรื่องราวในสังคม | 1 Comment

Modern Mavels ตอน ปรสิต SMS

ปรสิต SMS เค้าทำงานยังไง

  • อย่างแรกต้องไปจองเลขเบอร์ก่อน เสียเงินไม่กี่บาทเอง แต่มีความเสี่ยงคือถ้ารายได้ไม่เข้า ก็จะเสียค่าปรับเดือนละ 2 หมื่นบาท แปลว่าเปิดเล่นๆไม่ได้เชียวนะ
  • สามารถยิงโฆษณาได้ เช่น อย่าลบนะ โอนเงินให้แล้วนะ ติดต่อกลับเรื่องงานด่วน แม่ป่วยโทรกลับด้วย เป๋าตังหายหรือเปล่า ฯลฯ
  • ปรสิต SMS จะแฏกเงินเราในรูปแบบไหนบ้าง มีดังนี้
    • สมัครแล้ว ชาร์จ per ข้อความ สมมติว่า ข้อความละ 5 บาทวันไหนเจ้าของร้อนเงิน ก็จะส่งมาให้ 3 ครั้ง แฎกไปแล้ว 15 บาท
    • ชาร์จเป็นเดือน เช่นเดือนละ 29 บาท กรณีศูนย์ข่าวม่านรูด หรือไม่ก็ ปูเป้พยากรณ์ ฯลฯ
    • ชาร์จเป็นครั้ง เช่น อยากถามกระทรวงหวย ว่าเลขเด็ดอะไร ก็จะชาร์จครั้งละ 50 บาท แล้วจบเลยไม่ผูกพันธ์

วิธีการเอาคืน (ใช้ฟรี)

  • ระบบเติมเงินเท่านั้น
  • ชาร์จแบบรายเดือน หรือ แบบสมัครผูกพันธ์ จะได้ผล
  • เราก็สมัครตามปกติ แต่ไม่ต้องไปเติมเงิน
  • มันจะส่ง SMS มาให้เหมือนเดิม แต่หักเงินเราไม่ได้ แค่นั้นเอง (เงินติดลบ) และมันไม่ได้เงิน เป็น NPL
  • -*- แต่ข่าวพวกนี้มีประโยชน์เหรอวะเนี่ย
ปรสิต SMS สมัครง่าย ลบยาก เพราะ Call Center แม่มมมม สายไม่ว่าง แม้แต่พนักงานเค้าเอง ก็เบื่อบริษัทตัวเองเหมือนกันน่ะแหละ พวกเห็นแก่ได้
กรณีศูนย์ข่าวอายเอน
  • เจ้าของคงเป็นแค่เจ้าของในนามเฉยๆ
  • ตัวแสบคือทีม marketing ที่ noobs ผลงานเด่นๆที่รู้กันก็ สิทธิ์ 50% นั่นแหละ
  • ได้ข่าวว่า ค่ายสีฟ้านี้มีการเมืองในบริษัทเยอะมาก คนฉลาดลาออกไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่คือพวกหัวอนุรักษ์ ทำนองนี้น่ะ
  • พวกที่น่าจะโดนสังคายนาคือ พวก noobs ทั้งหลายนั่นแหละครับผม
ติดตามอ่านได้ใน nblo.gs/o2vTQ
ข้อสรุปคือ การทำอะไรก็แล้วแต่อยู่ที่ความคาดหวังของลูกค้า จริงๆแล้ว 30 บาทก็ไม่เยอะอะไร จะกินกาแฟ บริจาคน้ำท่วม หรือโดนขโมย ก็มีผลคือเงินหายไป 30 บาท แต่ความรู้สึกมันม่ายช่าย ดังนั้นแล้ว เลิกเถอะครับ แรกๆก็รวย หลังๆจะซวย มันเหมือนยูโด ยกแล้วทุ่ม น่ะครับ
Posted in เรื่องราวในสังคม | Leave a comment

ทำบุญมาก ได้บุญมาก เรื่องจริงไหม — เรื่องจริงว่ะ

ถามว่า… ทำบุญมาก ได้บุญมาก จริงไหม

เอากันตรงๆ จะหมายถึงว่า จ่ายเงินมาก ได้บุญมาก จริงเปล่าใช่ไหม คำตอบคือ จริง!!!!
(เงินเอาไปใช้ประโยชน์ได้มาก อานิสงก็ย่อมเกิดมาก เหมือนลงทุนในหุ้นที่ผลประกอบการดี กำไรก็งอกงามสิคร๊าฟ)

งั้นคนรวยก็ไม่ต้องไปนรกน่ะสิ ?

แล้วคนรวยมันทำบุญมั่งหรือเปล่าล่ะ ? เห็นแม่มซื้อแต่ไอโฟน พอจอดรถสี่แยก เด็กเคาะกระจกขอตังหน่อยทำเป็นโวยวาย

จริงๆแล้วจะไปนรกสวรรค์หรือยังไงงั้น มันมีตรรกะแบบนี้ เอาเทียบแบบ รถยนต์ละกัน

รถยนต์ เติมน้ำมันมาก วิ่งได้ไกลมาก จริงไหมฟะ ?

จริงว่ะ

รถยนต์เติมเต็มถัง วิ่งจากกรุงเทพถึงโคราชไหม ?

ถึงสบายๆ ถ้าไม่หลง -*- ถ้าขับหลงแล้วไปโผล่ชะอำ ถังเดียวคงไม่พอล่ะนะ

ฉันใด ฉันนั้นเอง ถ้าคนรวยทำบุญ แล้วเอาอานิสงมาทำชั่ว ยังไงก็ไปนรกล่ะครับพี่น้อง
เหมือนเติมน้ำมันเต็มถัง แต่วิ่งผิดทาง แล้วจะไปถึงจุดหมายได้อย่างไร

ข้อสรุปคือ อย่าเอาตรรกะสลิ่มมาใช้เลยครับ

หาอ่านเรื่องการให้ทานและเรื่องอื่นๆได้ในมงคลชีวิต 38 นะครับ

Posted in เรื่องราวในสังคม | 1 Comment

ย้ายค่ายจาก DTAC

ผมใช้มือถือ DTAC ด้วยเหตุผลเดียวคือ คุณบุญชัยเข้าวัดพระธรรมกาย ห้าๆๆ ส่วนการบริการนั้นก็เฉยๆนะ ลักษณะการโทรของผมเป็นแบบนี้

  • โทรสั้น และไม่ค่อยโทร
  • ใช้เน็ตไม่เกิน 250 MB ต่อเดือน
  • ใช้แต่ในกรุงเทพ
  • โทรต่างประเทศอาทิตย์ละ 1 -3 ครั้ง (ญี่ปุ่น)
  • ค่าโทรไม่เคยต่ำกว่าเดือนละ 550 บาทเลยอ่ะ งงเหมือนกัน
ดังนั้น ค่ายไหนก็พอๆกันหมด เนอะ (ผมใช้ Nokia E5)
ไม่นานมานี้ DTAC เปิดตัว 3G มือถือผมรับไม่ได้ ก็ต้องทนกับ EDGE ช้าๆกันต่อไป จนกระทั่งหมดโปรโมชั่น เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมจึงตัดสินใจย้ายไป AIS เพื่อจะได้ใช้งาน 3G และค่าโทรไปต่างประเทศซึ่งน่าจะถูกกว่าเดิม (จากนาทีละ 8 บาท กลายเป็น 6 บาท)
ผมเป็นคนขี้เกียจทำเรื่องวุ่นวาย แม่ผมย้ายค่ายก็ต้องไปเจอช่วงมือถือใช้งานไม่ได้ เซ็งน่ะคับ  (แม่ผมย้ายเพราะ อาการซิมน๊อค หาเครือข่ายไม่เจอบ่อย เปลี่ยนมา 3 เครื่องแล้ว เปลี่ยนมา 2 ซิมด้วย)
ถ้า DTAC ให้เครื่องผมใช้ฟรี NOKIA E6 ก็ได้ แล้ว lock imei ไม่ให้ย้ายค่าย 1 ปี ผมก็เอานะ ยอม
ข้อสรุปคือ ผู้ใช้กำลังบอกว่า ย้ายค่ายถูกกว่าซื้อมือถือใหม่ ไม่ได้รัก DTAC ขนาดนั้น
Posted in เรื่องราวในสังคม | Leave a comment

นาฬิกาชีวิต ง่วงนอนกลางวัน

แต่ละคนจะมีนาฬิกาชีวิตไม่เท่ากัน การนอนผิดปกติ (นอนไม่เป็นเวลา) จะส่งผลต่อนาฬิกาชีวิต ทำให้ 1 วันกลายเป็น 25 ชั่วโมง จึงเหมือนคนพักผ่อนไม่เพียงพอ ผลคือ นอนหลับยาก ตื่นก็ง่วง และมีวันนึงที่จะนอนยาวทั้งวัน ซึ่งทั้งหมดนั้นจะไม่ช่วยเลย และกลับทำให้แย่ลงไปอีก

ผลของนาฬิกาชีวิตเพี้ยน

  • กลางวันง่วงจัง
  • พรุ่งนี้ตื่นเช้า คืนนี้เข้านอนเร็วแต่ทำไม่ได้ ต้องข่มตาหลับ
  • วันหยุดก็จะนอนทั้งวันเลย นอนยาว แต่ก็เหมือนว่านอนเท่าไรก็ไม่พอสักที
  • ความจำเริ่มไม่ค่อยจะดี
  • อ่อนแอ ปวดเมื่อย
การแก้ไข
  • ใช้แสงอาทิตย์มาช่วย นั่นคือไม่ว่าจะนอนดึกแค่ไหน ต้องมารับแสงในช่วงเช้าเสมอ ให้ร่างกายจดจำว่าเวลานี้คือเช้าแล้ว เราตื่นแล้ว
  • นอนหลับเป็นเวลา ตื่นนอนเป็นเวลา
การนอนกับกีฬา
  • ร่างกายจะสามารถเร่งพลังออกมาได้มากที่สุดคือช่วง 10-14 ชั่วโมงหลังตื่นนอน (ถ้าตื่น 7 โมงเช้า ก็คือ 5โมงเย็น-3ทุ่ม)
  • นักกีฬาญี่ปุ่นปรับนาฬิกาชีวิตให้ตรงกับประเทศที่จะไปแข่ง ผลลัพธ์คือสถิติโลก
การเลื่อนนาฬิกาชีวิต
  • ใช้เวลา 5 วัน
  • ใช้แสงสว่างมากๆ เท่าๆกับแสงแดด เพื่อบอกร่างกายว่านี่คือตอนเช้า
นาฬิกาชีวิตกับการใช้สมอง
  • ช่วงเวลาเย็น (5โมงเย็น) คือช่วงที่สมองตื่นตัวมากที่สุด เหมาะแก่การคิดค้น เรียนรู้ และแก้ปัญหา
นาฬิกาชีวิตกับการกิน อ้วนไม่อ้วน
  • ช่วงเวลา 7 ชั่วโมงหลังตื่นนอน กินเท่าไรก็อ้วนยาก เพราะ โปรตีน BMAL1 มีน้อย (ตัวนี้ช่วยเอาไขมันมาเก็บในร่างกาย)
  • ช่วงเวลา 4 ทุ่ม – ตี 2 กินแล้วอ้วนมาก BMAL1 มีเยอะที่สุด (ถ้านอนเที่ยงคืนนะ)
มีนาฬิกาแพงก็เท่านั้น ถ้าเราไม่รักษาเวลา
Posted in ความรู้ | Leave a comment
Stop censorship