ในฐานะที่เคยเป็นเด็กวัด เราค้นพบเคล็ดลับสำคัญ ยกตัวอย่างการทำบุญของเด็กวัด
ตัวอย่างที่ 1 เด็กวัดใจดี ทำบุญ 2,000 เยน
เด็กวัดโต ไปซื้อของให้หลวงพี่ สินค้าราคา 10,000 เยน อยากร่วมบุญจึงบอกหลวงพี่ไปว่า สินค้านี้ราคา 8,000 เยนฮะ ผลคือ หลวงพี่ไม่รู้เรื่อง เด็กชายโตปิดทองหลังพระ
ตัวอย่างที่ 2 เด็กวัดใจดี ทำบุญ 500 เยน
เด็กวัดโต ไปซื้อของให้หลวงพี่ เก็บเงินเต็มราคา แล้วเอาเงินให้หลวงพี่ 500 เยน บอกว่าทำบุญฮะ หลวงพี่จำได้แม่นเลย ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งหน้าตา
ตัวอย่าง 3 เจ้าของกิจการ ลดราคา
เจ้าของกิจการ ขายคอมพิวเตอร์ให้หลวงพี่ ลด 2,000 บาท เพื่อร่วมบุญ หลวงพี่จำไม่ค่อยได้ จำได้แต่ว่าร้านนี้ขายถูก
ตัวอย่าง 4 เจ้าของกิจการ ขายเต็มราคา ทำบุญทีหลัง
เจ้าของกิจการ ขายคอมพิวเตอร์ให้หลวงพี่ เต็มราคา ไม่ลดสักบาท อีก 3-4 วัน เจ้าของกิจการไปทำบุญถวายหลวงพี่ 2,000 หลวงพี่จำได้แม่นว่า เจ้าของกิจการท่านนี้ ใจบุญ ชอบทำบุญ
ข้อสรุป
ศาสดาจิ้วสรุปเรื่องนี้ว่า “เราต้องเล่นเกมส์ให้เป็น” คือ ทำในสิ่งที่เขาจะรู้สึกว่า “เกินความคาดหวัง” แม้จะต้องแกล้งทำก็ตาม เช่นเราไม่เรียบร้อย แต่เขาคาดหวังว่าเราเรียบร้อย ก็ต้องทำเป็นเรียบร้อย เพราะเค้าอยากได้เช่นนั้น / เราเป็นคนขี้เหนียว แต่เขาคาดหวังอยากเห็นเราทำบุญ เราก็ต้องทำบุญให้เขาเห็น / เราเป็นคนขี้เกียจ แต่เขาคาดหวังว่าเราจะขยัน เราก็ต้องขยันให้เขาเห็น พอเขาไม่เห็น ก็ไม่จำเป็นต้องขยันก็ได้ ห้าๆๆๆ
ผู้บริหารส่วนมาก โดนลูกน้องหลอก แล้วเสียลูกน้องดีๆ ซื้อๆ จริงใจ ก็เยอะ
ในฐานะที่เป็นคนซื่อๆมาก่อน ขอแนะนำคนซื่อๆท่านอื่น ให้เล่นเกมส์ให้เป็นบ้าง ทำดีทั้งหน้าและลับหลัง เพื่อจะได้เจริญก้าวหน้ากันนะครับ