<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>LordBSD &#187; ธรรมะ</title>
	<atom:link href="http://www.lordbsd.net/post/category/dhamma/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.lordbsd.net</link>
	<description>Blog พี่โต ความรู้รอบตัว เขียนจากใจ แนว cult (เฉพาะกลุ่ม)</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2010 23:16:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ความคาดหวัง ความสมบูรณ์แบบ</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/expect_ideal/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/expect_ideal/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 23:16:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รอบตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=980</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีทุกคน เคยรู้ตัวไหมว่า อะไรทำให้ผิดหวัง *0* ก็ความหวังไง &#8230;. &#8220;หากเราหวังผิด เราก็จะผิดหวัง&#8221; &#8230;. อ่านแล้วต้องคิดตามหลายๆหน เพราะมันลึกซึ้งน่ะ คนไทยเนี่ย แปลกอย่างนึงคือ คาดหวังในความสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ *0* อาทิเช่น มองเห็นพระ ก็คิดว่าพระต้องศีลครบ 227 ไม่มีบกพร่องเลย เป็นต้น ทั้งๆที่พระก็เป็นคนเหมือนเรา แต่จิตใจไม่เหมือนกันหรอก พระมีจิตใจที่อยากพัฒนาตนเองอย่างแรงกล้า จึงสละความสบายมาบวช แต่ก็ยังฝึกตัวอยู่น่ะ และนิสัยมันก็ไม่ได้เปลี่ยนในวันเดียว แต่ใช้เวลาเปลี่ยนหลายชาติเลยล่ะ เกิดตายหลายครั้ง ถึงจะเปลี่ยนนิสัยได้ มีเรื่องใกล้ตัวบ้าง คนรักกันก็มักจะคาดหวัง กันและกัน ในทางสมบูรณ์แบบ เช่น คนที่มาจีบก็ต้องเป็นคนดีไม่เจ้าชู้ *0* ซึ่งความสมบูรณ์แบบมันจะเกิดตอนแรกที่จีบกัน เท่านั้นแหละจ้ะ นั่นสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว หลายคนถึงได้เลิกกันในภายหลัง เพราะทนความบกพร่องของกันและกันไม่ไหว ความคาดหวังที่ผิด ทำให้เราเกิดความทุกข์ เพราะมันจะเกิดตัณหา สองตัว คือ อยากได้ และไม่อยากได้ หากเราไม่แก้ไขนิสัยคาดหวังความสมบูรณ์แบบนี้แล้วล่ะก็ เราอาจหาความสุขในชีวิตได้ยากนะ ปรับที่ใจ ยอมรับว่า ทุกคนยังมีข้อบกพร่องอยู่ &#8212; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีทุกคน เคยรู้ตัวไหมว่า อะไรทำให้ผิดหวัง *0*</p>
<p>ก็ความหวังไง &#8230;. &#8220;หากเราหวังผิด เราก็จะผิดหวัง&#8221; &#8230;. อ่านแล้วต้องคิดตามหลายๆหน เพราะมันลึกซึ้งน่ะ</p>
<p>คนไทยเนี่ย แปลกอย่างนึงคือ คาดหวังในความสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ *0* อาทิเช่น มองเห็นพระ ก็คิดว่าพระต้องศีลครบ 227 ไม่มีบกพร่องเลย เป็นต้น ทั้งๆที่พระก็เป็นคนเหมือนเรา แต่จิตใจไม่เหมือนกันหรอก พระมีจิตใจที่อยากพัฒนาตนเองอย่างแรงกล้า จึงสละความสบายมาบวช แต่ก็ยังฝึกตัวอยู่น่ะ และนิสัยมันก็ไม่ได้เปลี่ยนในวันเดียว แต่ใช้เวลาเปลี่ยนหลายชาติเลยล่ะ เกิดตายหลายครั้ง ถึงจะเปลี่ยนนิสัยได้</p>
<p>มีเรื่องใกล้ตัวบ้าง คนรักกันก็มักจะคาดหวัง กันและกัน ในทางสมบูรณ์แบบ เช่น คนที่มาจีบก็ต้องเป็นคนดีไม่เจ้าชู้ *0* ซึ่งความสมบูรณ์แบบมันจะเกิดตอนแรกที่จีบกัน เท่านั้นแหละจ้ะ นั่นสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว หลายคนถึงได้เลิกกันในภายหลัง เพราะทนความบกพร่องของกันและกันไม่ไหว</p>
<p><span id="more-980"></span>ความคาดหวังที่ผิด ทำให้เราเกิดความทุกข์ เพราะมันจะเกิดตัณหา สองตัว คือ อยากได้ และไม่อยากได้ หากเราไม่แก้ไขนิสัยคาดหวังความสมบูรณ์แบบนี้แล้วล่ะก็ เราอาจหาความสุขในชีวิตได้ยากนะ</p>
<h2>ปรับที่ใจ</h2>
<ul>
<li><strong>ยอมรับว่า ทุกคนยังมีข้อบกพร่องอยู่</strong> &#8212; ไม่ต้องไปจับผิด เจอกันทุกคนเลย เจอแล้วก็ไม่สบายใจ</li>
<li><strong>ยอมรับว่า ตัวเองก็บกพร่องด้วย &#8212; </strong>ส่วนมากชอบมองว่า ตัวเองเก่ง ฉลาด คนอื่นแม่งโง่ โง่ทั้งโลกเลยก็ว่าได้ ตัวเองฉลาดคนเดียว</li>
<li><strong>ไม่ถือสาหาความคนอื่น </strong>&#8211; เราจะไม่ปล่อยใจให้โกรธ ในการกระทำของคนอื่น เพราะใจเราบังคับได้</li>
<li><strong>ช่วยกันพัฒนา </strong>&#8211; เมื่อเห็นความบกพร่องแล้ว ก็ต้องหาทางเตือนกัน แบบไม่เสียใจ เพื่อให้เขายอมรับ และพัฒนาอ่ะ ถ้าพูดแบบให้เขาเสียใจ เขาจะไม่ยอมรับ แล้วดื้อต่อต้าน</li>
<li><strong>ยอมรับคำวิจารณ์ของคนอื่นด้วย </strong>&#8211; เราต้องยอมรับคำสั่งสอนของคนอื่นด้วย อาจมาในรูปที่เราไม่พอใจนัก เช่นคำด่าทอ หรือคำประชดประชัน แต่ฟังแล้วก็ต้องเฉยๆ เขาอยากให้เราดีอ่ะ แต่เขาพูดไม่เป็น ดังนั้นเราก็ต้องพยายามไม่โกรธ และขอบคุณในใจ</li>
<li><strong>ทำใจให้มีความสุขเสมอนะ </strong>&#8211; หากใจมีความสุขแล้ว โจรปล้นบ้าน เรายังเฉยๆได้เลยนะ บอกไปว่า คุณโจรไม่ต้องปีนให้เหนื่อย มาเอาเงินนี่ไปใช้ก่อน หมดแล้วมาใหม่นะ เอาไปสักสองล้าน ผมมีพันล้านน่ะ คงจะพอใช้นะ *0* เป็นต้น ถ้าเรารวยแล้ว มีความสุขแล้ว อะไรๆมันก็ดูเล็กน้อยอ่ะ จริงๆเรื่องทำนองนี้เกิดกับบ้านของ ยายคนนึง เธอชวนโจรทานข้าวน่ะ โจรก็เลยนั่งคุยด้วยแล้วกลับ เพราะใจยายมีความสุขล้นใจเลยล่ะ</li>
</ul>
<p>คงจะเป็นแนวทาง ไม่ให้เราคาดหวัง ความสมบูรณ์แบบมากนัก เพราะหวังผิดก็ผิดหวัง การซื้อของบางอย่าง เช่นรถยนต์ เงิน 6 แสน สำหรับบางคน มันคือทั้งชีวิต แต่พอได้รถมาแล้ว ก็คิดว่ามันคงจะไม่พังง่ายๆ ลืมเติมน้ำมันเครื่อง มันก็พังไว ก็ไปด่ามัน ว่าบริษัทนี้ผลิตรถไม่ทนเอาเสียเลย คนประเภทนี้ก็มีเยอะ เนื่องจากไม่ได้ศึกษาให้ดี แล้วคาดหวังสูง *0* ก็มีเยอะเลยนะเธอว์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/expect_ideal/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนชั้นสูง คนชั้นกลาง คนชั้นล่าง</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/3_classes/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/3_classes/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Jul 2010 00:48:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รอบตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=976</guid>
		<description><![CDATA[พอดีได้คุยกับพี่พีมาแหละ เขาพูดถึงคน 3 ชนชั้น ซึ่งก็ได้ข้อคิดเลยล่ะนะ แต่ก็คิดได้นิดหน่อย เลยเอามาเขียนละกัน คำถาม.. เราคือคนชั้นไหน? ลองอ่านกันก่อน แล้วตอบตัวเองกันนะครับ คนชั้นสูง คนชั้นสูง คือคนที่ใช้เงินทำงาน คล้ายๆชาวนาน่ะ หวานข้าวลงไป รอๆ ข้าวงอก แล้วเกิดเม็ดข้าวอีกหลายเม็ด แต่เงินมันไม่ได้งอกเองในดิน ต้องไปเข้ากระบรวนการอะไรบางอบ่าง เพื่อให้เงินมันงอกขึ้นมา หากจะมองดีๆแล้ว พวกใช้เงินทำงาน ที่ชัดเจน ก็น่าจะเป็น.. พวกปล่อยหนี้เก็บดอกล่ะมัง เก็บดอกกินไปเรื่อยๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย ช่างเป็นคนชั้นสูงจริงๆ หรือการเอาเงิน ไปซื้ออะไรบางอย่าง แล้วให้มันทำงาน *0* แล้วเงินก็งอก ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เงินทำงาน คือ กิจการน่ะเอง การมีกิจการ ก็เป็นแหล่งผลิตเงินได้เช่นกัน เราจึงควรซื้อกิจการไว้เยอะๆ เพื่อเป็นแหล่งผลิตเงินให้เราใช้กันนะครับ การซื้อกิจการ สามารถซื้อได้บางส่วน จนถึงซื้อทั้งหมด, หากเราจะซื้อบางส่วน เขาเรียกว่าหุ้นน่ะเอง ซื้อสัก 50% ได้กำไรก็แบ่งครึ่งกัน แต่ถ้ากิจการนั้นเน่า มันก็กินทุนไปเรื่อยๆ หมดทุนเมื่อไรก็เจ๊ง เท่านั้นเอง แต่ที่มักจะเสียหายกันก็คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พอดีได้คุยกับพี่พีมาแหละ เขาพูดถึงคน 3 ชนชั้น ซึ่งก็ได้ข้อคิดเลยล่ะนะ แต่ก็คิดได้นิดหน่อย เลยเอามาเขียนละกัน</p>
<p><span style="font-size: xx-large;">คำถาม.. เราคือคนชั้นไหน?</span></p>
<p>ลองอ่านกันก่อน แล้วตอบตัวเองกันนะครับ</p>
<h2>คนชั้นสูง</h2>
<p>คนชั้นสูง คือคนที่ใช้เงินทำงาน คล้ายๆชาวนาน่ะ หวานข้าวลงไป รอๆ ข้าวงอก แล้วเกิดเม็ดข้าวอีกหลายเม็ด แต่เงินมันไม่ได้งอกเองในดิน ต้องไปเข้ากระบรวนการอะไรบางอบ่าง เพื่อให้เงินมันงอกขึ้นมา หากจะมองดีๆแล้ว พวกใช้เงินทำงาน ที่ชัดเจน ก็น่าจะเป็น.. พวกปล่อยหนี้เก็บดอกล่ะมัง เก็บดอกกินไปเรื่อยๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย ช่างเป็นคนชั้นสูงจริงๆ</p>
<p>หรือการเอาเงิน ไปซื้ออะไรบางอย่าง แล้วให้มันทำงาน *0* แล้วเงินก็งอก ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เงินทำงาน คือ กิจการน่ะเอง การมีกิจการ ก็เป็นแหล่งผลิตเงินได้เช่นกัน เราจึงควรซื้อกิจการไว้เยอะๆ เพื่อเป็นแหล่งผลิตเงินให้เราใช้กันนะครับ</p>
<p>การซื้อกิจการ สามารถซื้อได้บางส่วน จนถึงซื้อทั้งหมด, หากเราจะซื้อบางส่วน เขาเรียกว่าหุ้นน่ะเอง ซื้อสัก 50% ได้กำไรก็แบ่งครึ่งกัน แต่ถ้ากิจการนั้นเน่า มันก็กินทุนไปเรื่อยๆ หมดทุนเมื่อไรก็เจ๊ง เท่านั้นเอง</p>
<p>แต่ที่มักจะเสียหายกันก็คือ เจ๊งไม่ลง ไปกู้เงินส่วนตัว มาเพิ่มทุนบริษัท อันนี้&#8230;ทำให้ชีวิตส่วนตัวเจ๊งไปด้วย น่ากัวมากครับ</p>
<h2><span id="more-976"></span>คนชั้นกลาง</h2>
<p>คนชั้นกลาง คือคนที่ <strong>เอาแรง ไปแลกเงิน </strong>อืม เอาแรง ความรู้ ความสามารถ ไปแลกเงินน่ะเอง อาชีพนี้มีเยอะมาก เช่น ศิลปิน นักร้อง หมอ พยาบาล ตำรวจ ทหาร กรรมกร ฯลฯ เพียบ</p>
<h2>คนชั้นล่าง</h2>
<p>คนชั้นล่างนี้ คล้ายคลึงชนชั้นกลางมาก แล้วต่างกันยังไงล่ะเนี่ย ชนชั้นล่างเขามีชีวิตที่เสี่ยงสูงกว่า มีสวัสดิการน้อยกว่า ค่าแรงต่ำกว่า เงินเก็บแทบเป็นไปไม่ได้ มีความยากจน หยุดทำงานแทบไม่ได้เลย</p>
<h2>ข้อคิด</h2>
<p>หากจะมองในแง่ของเงินเก็บแล้ว เรามีเงินเดือนสัก 5หมื่นบาท แต่ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่อนเมีย อุ้ย..ผ่อนได้เหรอนั่น แล้วไม่เหลือเงินเก็บเลย ก็เท่ากับว่าเราใช้ชีวิตบนความเสี่ยง ไม่ต่างอะไรกับชนชั้นล่างเลย แค่มีความสบายกว่ากัน นิดโหน่ย เท่านั้นเอง</p>
<h2>หลักเศรษฐี</h2>
<p>อุ อา กะ สะ ไม่รู้ว่าเคยได้ยินกันไหม แต่มันคือหัวใจเศรษฐี</p>
<ul>
<li>อุฏฐานสัมปทา (อุด ถา นะ สำ ปะ ทา) หมายถึง หาเงินเป็น *0* หากันเป็นไหมเธอว์</li>
<li>อารักขสัมปทา (อา รัก ขะ สำ ปะ ทา) หมายถึง เก็บเงินเป็น *0* เก็บกันได้ไหมเธอว์</li>
<li>กัลยาณมิตตตา (กัน ละ ยา นะ มิด ตะ ตา) หมายถึง คบเพื่อนดี *0* แยกแยะกันได้ไหมเธอว์
<ul>
<li><strong>เพื่อนไม่ดี </strong>ชอบชวนไปเที่ยวกลางคืน เปลืองจัง..</li>
<li><strong>เพื่อนไม่ดี </strong>ชอบชวนไปเล่นการพนัน *0*</li>
<li><strong>เพื่อนไม่ดี </strong>ชอบใช้ของสุรุ่ยสุร่าย (แถมชวนเราใช้อีก)</li>
<li><strong>เพื่อนไม่ดี </strong>ชอบชวนไปเสียเวลาชีวิต เล่นเกมส์ออนไลน์กันมั๊ยเธอว์</li>
<li><strong>เพื่อนดี </strong>ชอบชวนทำบุญ *0* บุญใช้ดูดสมบัติ</li>
<li><strong>เพื่อนดี </strong>ชอบชี้ทางรวย *0*</li>
<li><strong>เพื่อนดี </strong>ชอบแนะนำแต่สิ่งดีๆ *0*</li>
<li>แล้วพี่โตเป็นเพื่อนแบบไหนนะ</li>
</ul>
</li>
<li>สมชีวิตตา (สะ มะ ชี วิต ตา) หมายถึง รู้จักใช้ *0* ใช้กันเป็นมั๊ยเธอว์ เงินน่ะ ต้องแบ่งเป็น 5 ส่วน (จัดงบประมาณ)
<ul>
<li><strong>ใช้หนี้เก่า </strong>*0* คือ ให้พ่อแม่ ตอบแทนผู้มีพระคุณ ทำกันบ้างอ๊ะป่าว</li>
<li>เลี้ยงดูบุตรน่ะเอง เรียกว่า <strong>ให้เขากู้</strong></li>
<li><strong>ใส่ปากงู </strong>คือการเก็บเงินส่วนนึง กันไว้ใช้ยามป่วยไข้น่ะคับ (ซื้อประกันไงเธอว์)</li>
<li><strong>ฝังดินไว้</strong> คือการเอาเงิน ไปทำบุญน่ะเอง ผลบุญจะทำให้เรามีใช้ในชาติต่อไปน่ะจ้ะ</li>
<li>สุดท้ายคือ ใช้เอง ซื้อเบนซ์ขับ ซื้อกิจการ ซื้อมือถือ ซื้อบีบี โนตบุค กินโออิชิ ฯลฯ เรียกว่า <strong>ทิ้งเหว</strong> นะฮะ ข้อนี้ชำนาญกันทุกคน ผมเชื่อแบบนั้น</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>เรียนรู้แล้ว ก็ต้องลงมือทำกันเลยล่ะนะ เรียกว่าต้องวางแผนกัน ตั้งแต่บัดนี้ เพื่อนิสัย แห่งความร่ำรวย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/3_classes/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไปนั่งสมาธิกับ ธรรมกาย ที่เขาใหญ่ มาล่ะ world peace valley</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/maditate_dhammakaya_world_peace_valley/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/maditate_dhammakaya_world_peace_valley/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Jul 2010 22:30:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=969</guid>
		<description><![CDATA[พอดีผม่ได้เอากล้องไปน่ะครับ ภาพต่างๆ หาดูได้ที่ http://www.uthen-blue42.com/index2.php?name=webboard&#38;file=read&#38;id=59 ปกติก็เข้าวัด แต่ไม่ได้ชอบไปนั่งสมาธิข้างนอก เพราะว่ามันเหนื่อย มันไปอยู่ในกฏระเบียบ และต้องอดข้าวเย็นอีกด้วย *0* ซึ่งถ้าเตรียมตัวมาดีก็ไม่มีปัญหา พอดีรุ่นพี่มาชวนผมน่ะ เขาชื่อ &#8220;พี่พี&#8221; แถมจ่ายเงินให้อีกต่างหาก ผมก็เลยไปด้วยความเกรงใจ แต่ก็ขอบคุณที่ให้โอกาสได้ไปเที่ยวน่ะครับ สมาธิ นั่งตรงไหนก็ได้ ต้องการพื้นที่เล็กๆ แค่ 1 ตารางเมตรก็ได้แล้ว แต่ว่า&#8230; ลองไปนั่งใต้ถุนบ้านดูสิ มันไม่เหมือนกันหรอก คนเรายังมีกิเลสนะ นั่งสมาธิในญี่ปุ่นใต้ต้นซะกุระ ก็ย่อมแตกต่างโดยสิ้นเชิง กับการนั่งสมาธิในบ้านเราเอง จริงมั๊ย.. ยอมรับใจตัวเองหรือยัง การเดินทาง world peace valley อยู่ที่เขาใหญ่ ขับรถไปก็สัก 3 ชั่วโมงเอง โดยขับไปตามถนนมิตรภาพ แล้วเลี้ยวเข้าเส้น 2090 ที่จะไปทางเขาใหญ่น่ะครับ แล้วถึงเลี้ยวซ้ายไปทางตำบลหมูสี เอาว่า ดูใน Longdo map ละกันนะเธอว์ หรือ google map http://maps.google.com/maps/ms?ie=UTF8&#38;hl=en&#38;msa=0&#38;ll=14.517952,101.529787&#38;spn=0.010137,0.01929&#38;z=16&#38;msid=114829470040768210072.00048c509514a4fbd7ee3 แต่เขามีรถบัสบริการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พอดีผม่ได้เอากล้องไปน่ะครับ ภาพต่างๆ หาดูได้ที่<br />
<a href="http://www.uthen-blue42.com/index2.php?name=webboard&amp;file=read&amp;id=59">http://www.uthen-blue42.com/index2.php?name=webboard&amp;file=read&amp;id=59</a></p>
<p><a href="http://www.lordbsd.net/wp-content/uploads/2010/07/1260113884.jpg"><img class="alignright size-medium wp-image-970" title="1260113884" src="http://www.lordbsd.net/wp-content/uploads/2010/07/1260113884-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>ปกติก็เข้าวัด แต่ไม่ได้ชอบไปนั่งสมาธิข้างนอก เพราะว่ามันเหนื่อย มันไปอยู่ในกฏระเบียบ และต้องอดข้าวเย็นอีกด้วย *0* ซึ่งถ้าเตรียมตัวมาดีก็ไม่มีปัญหา พอดีรุ่นพี่มาชวนผมน่ะ เขาชื่อ &#8220;พี่พี&#8221; แถมจ่ายเงินให้อีกต่างหาก ผมก็เลยไปด้วยความเกรงใจ แต่ก็ขอบคุณที่ให้โอกาสได้ไปเที่ยวน่ะครับ</p>
<p>สมาธิ นั่งตรงไหนก็ได้ ต้องการพื้นที่เล็กๆ แค่ 1 ตารางเมตรก็ได้แล้ว แต่ว่า&#8230; ลองไปนั่งใต้ถุนบ้านดูสิ มันไม่เหมือนกันหรอก คนเรายังมีกิเลสนะ นั่งสมาธิในญี่ปุ่นใต้ต้นซะกุระ ก็ย่อมแตกต่างโดยสิ้นเชิง กับการนั่งสมาธิในบ้านเราเอง จริงมั๊ย.. ยอมรับใจตัวเองหรือยัง</p>
<h2><span id="more-969"></span>การเดินทาง</h2>
<p>world peace valley อยู่ที่เขาใหญ่ ขับรถไปก็สัก 3 ชั่วโมงเอง โดยขับไปตามถนนมิตรภาพ แล้วเลี้ยวเข้าเส้น 2090 ที่จะไปทางเขาใหญ่น่ะครับ แล้วถึงเลี้ยวซ้ายไปทางตำบลหมูสี เอาว่า ดูใน Longdo map ละกันนะเธอว์</p>
<p><a href="http://map.longdo.com/?locale=th&amp;zoom=8&amp;width=640&amp;height=480&amp;lat=14.5143301391602&amp;long=101.528558093262&amp;mode=icons&amp;crossmark&amp;zoombar=auto&amp;toolbar=auto&amp;mapselector=auto&amp;scalebar=auto&amp;width=640&amp;height=480"><img src="http://map.longdo.com/snippet/?locale=th&amp;zoom=8&amp;width=640&amp;height=480&amp;lat=14.5143301391602&amp;long=101.528558093262&amp;mode=icons&amp;crossmark&amp;zoombar=auto&amp;toolbar=auto&amp;mapselector=auto&amp;scalebar=auto&amp;width=640&amp;height=480" border="0" alt="" /></a></p>
<p>หรือ google map</p>
<p><a href="http://maps.google.com/maps/ms?ie=UTF8&amp;hl=en&amp;msa=0&amp;ll=14.517952,101.529787&amp;spn=0.010137,0.01929&amp;z=16&amp;msid=114829470040768210072.00048c509514a4fbd7ee3">http://maps.google.com/maps/ms?ie=UTF8&amp;hl=en&amp;msa=0&amp;ll=14.517952,101.529787&amp;spn=0.010137,0.01929&amp;z=16&amp;msid=114829470040768210072.00048c509514a4fbd7ee3</a></p>
<p>แต่เขามีรถบัสบริการ แวะห้องน้ำ 1 ครั้งที่ปั้ม มีเซเว่น ซื้อของกินและอาหารได้ อ่านหน้าถัดไปเลยจ้า</p>
<h2>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/maditate_dhammakaya_world_peace_valley/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กัลยาณมิตร คือ อะรัยกันแน่แว๊</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/what-a-kalyanamitra/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/what-a-kalyanamitra/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Jul 2010 08:53:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=890</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าใครเข้าวัดธรรมกาย หรือเคยมีเพื่อนมีฝูงซึ่งเป็นสาวกของวัดนี้ อาจเคยได้ยินคำว่า กัลยาณมิตร *0* มันคืออิหยัง กัลยาณมิตรแปลว่า เพื่อนผู้แนะประโยชน์ ใช่ ใครๆก็รู้จักคำนี้ แต่&#8230;ลึกซึ้งไปกว่านั้น มันมีอีก ผมอยากเล่าให้ฟัง เพื่อนทั่วไป เพื่อนทั่วไป คบกันแค่ผิวๆ มีสุขก็รักกัน มีทุกข์ ถ้าไม่มากมาย ก็ยังไม่ทิ้งกัน แต่ถ้ามากมาย ก็&#8230;ตัวใครตัวมัน อาทิเช่น เรื่องเงิน *0* เราก็กำลังแย่ จู่ๆเพื่อนมาขอยืมเงิน เจี๊ยกกกกกกกกกกกก กลืนไม่เข้า คายไม่ออก อย่าว่าแต่เพื่อนเลย ญาติมาขอยืม ก็ต้องบายๆ ซาโยนาระเหมือนกัน ที่ไม่ให้เพราะกลัวไม่ได้คืน แถมเราก็ยังลำบากด้วย อันนี้คือเพื่อนทั่วไป แบบชาวโลกคบกัน กล่าวคือ เป็นเพื่อนกินเฉยๆ มีสุข มีประโยชน์ เราก็คบกันไป แต่มีปัญหา เราก็ไม่อยากคบ เพื่อนในอุดมคติ เพื่อนในอุดมคติ ก็คือ บัณฑิตน่ะเอง กล่าวคือ คนที่สว่างใสวอยู่ตลอดเวลา แม้เราจะลำบาก เขาก็ยังช่วย (แม้ไม่ช่วยออกเงินก็เถอะ) การช่วยสามารถทำได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าใครเข้าวัดธรรมกาย หรือเคยมีเพื่อนมีฝูงซึ่งเป็นสาวกของวัดนี้ อาจเคยได้ยินคำว่า กัลยาณมิตร *0* มันคืออิหยัง</p>
<p>กัลยาณมิตรแปลว่า เพื่อนผู้แนะประโยชน์ ใช่ ใครๆก็รู้จักคำนี้ แต่&#8230;ลึกซึ้งไปกว่านั้น มันมีอีก ผมอยากเล่าให้ฟัง</p>
<h2>เพื่อนทั่วไป</h2>
<p>เพื่อนทั่วไป คบกันแค่ผิวๆ มีสุขก็รักกัน มีทุกข์ ถ้าไม่มากมาย ก็ยังไม่ทิ้งกัน แต่ถ้ามากมาย ก็&#8230;ตัวใครตัวมัน อาทิเช่น เรื่องเงิน *0* เราก็กำลังแย่ จู่ๆเพื่อนมาขอยืมเงิน เจี๊ยกกกกกกกกกกกก กลืนไม่เข้า คายไม่ออก อย่าว่าแต่เพื่อนเลย ญาติมาขอยืม ก็ต้องบายๆ ซาโยนาระเหมือนกัน</p>
<p>ที่ไม่ให้เพราะกลัวไม่ได้คืน แถมเราก็ยังลำบากด้วย อันนี้คือเพื่อนทั่วไป แบบชาวโลกคบกัน กล่าวคือ เป็นเพื่อนกินเฉยๆ มีสุข มีประโยชน์ เราก็คบกันไป แต่มีปัญหา เราก็ไม่อยากคบ</p>
<h2><span id="more-890"></span>เพื่อนในอุดมคติ</h2>
<p>เพื่อนในอุดมคติ ก็คือ บัณฑิตน่ะเอง กล่าวคือ คนที่สว่างใสวอยู่ตลอดเวลา แม้เราจะลำบาก เขาก็ยังช่วย (แม้ไม่ช่วยออกเงินก็เถอะ) การช่วยสามารถทำได้ 4 ทางด้วยกัน คือ</p>
<ul>
<li>ช่วยด้วยกำลังทรัพย์</li>
<li>ช่วยด้วยกำลังใจ</li>
<li>ช่วยด้วยกำลังสติปัญญา</li>
<li>ช่วยด้วยกำลังกาย</li>
</ul>
<p>แปลว่า แม้เราไม่มีเงิน ก็ยังสามารถช่วยเหลือเพื่อนได้นะเธอว์</p>
<h2>วิธีเป็นเพื่อนแท้</h2>
<p>หากเราจะรอว่า ใครสักคนจะมาเป็นเพื่อนแท้เรา อย่ารอเลย เรานี่แหละ จงเป็นเพื่อนแท้แก่ทุกคน ดีกว่านะจ๊ะ มนุษย์เป็นสัตว์ที่สั่งสอนได้ แปลว่า สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองได้ เมื่อก่อนเราอาจเป็นคนแบบไหน ช่างมัน แต่อนาคต เราจะเป็นคนดี</p>
<p>เพื่อนในอุดมคติ คือ เพื่อนที่ไม่ทิ้งกันยามลำบาก (กัลยาณมิตรขั้นเทพ) ตัวอย่างเช่น</p>
<p>มีเจ๊คนนึง ตอนรวย ก็มาวัดทำบุญบ่อย แต่สมบัติมันมีขึ้นมีลง วันนึงแกเริ่มไม่ค่อยมีเงิน เลยไม่ค่อยกล้าไปสมาคมกับเพื่อน เราในฐานะมิตรแท้ แม้ไม่สามารถเอาเงินไปช่วยเหลือเขาได้ จึงควรที่จะ</p>
<ul>
<li>ไม่ทอดทิ้งเขา ไม่มองว่าทำไมเขาแย่ยังงี้ แล้วก็ทิ้งเขาไปซะงั้น</li>
<li>เป็นฝ่ายเข้าไปหาเขาก่อน</li>
<li>ให้กำลังใจ ในทุกๆทาง</li>
<li>ช่วยเหลือในสิ่งที่ควร *0*</li>
<li>อดทนกับทุกปัญหา น้ำใจต้องแลกด้วยความอดทน</li>
<li>อย่าให้ลำบากใจเรามากเกินไป บางอย่างก็ต้องกล้าปฏิเสธ ถ้ามันลำบ๊าก ลำบากอ่ะนะ</li>
</ul>
<p>ผมเองก็เป็นคนที่ เอ่อ ทิ้งเพื่อนมาก่อน หลายคนเหมือนกัน เมื่อเขาเปลี่ยนไป ผมก็ไม่ค่อยรู้สึกชอบเขานัก ทั้งๆที่ เราควรจะเตือน และอดทนให้ถึงที่สุด อ่ะนะ แต่นั่นแหละ ระยะห่าง เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อเพื่อนเริ่มรุกล้ำเรา มันจะทำให้เราลำบากใจ และเริ่มมีระยะห่าง แต่ในอุดมคติ เราควรจะเตือนเขาให้ถึงที่สุดน่ะ การไปบ่นเรื่องเขากับคนอื่น มันจะทำให้เราไม่กล้าเตือนเขา อันนี้อันตราย หากจะเป็นกัลยาณมิตรขั้นเทพ ต้องไม่บ่นเพื่อน ให้คนอื่นฟังจ้ะ</p>
<p>สรุปว่ากัลยาณมิตร ก็คือ เพื่อนแท้น่ะแหละ เพื่อนที่จะไม่ทิ้งเรา แม้ว่าเราจะย่ำแย่ แต่จะหาคนประเสริฐแบบนั้นได้อย่างไร ไม่ต้องหา เราเป็นเสียเองเลยละกัน ซึ่งไม่ได้เป็นกันง่ายๆ ต้องมีความอดทนสูง มีวินัย มีความเคารพอีกด้วย หากเราเป็นเพื่อนแท้แล้ว เราจะหาเพื่อนแท้ก็ไม่ยากอะไรจ้ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/what-a-kalyanamitra/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความคาดหวัง (kibou) 希望</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/kibou/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/kibou/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Jun 2010 14:09:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=865</guid>
		<description><![CDATA[พอดีได้รู้จักเรื่องราวของน้องคนนึง ซึ่งเธอกำลังจะกลับไทย ทั้งๆที่มาญี่ปุ่นได้ปีเดียวเอง ผมเดาเหตุการณ์ ก็คงเจอตอน่ะแหละ ปัญหาการอยู่ร่วมกับคนอื่น ซึ่งผมเจอบ่อย เจอเป็นปกติ เรื่องพวกนี้แทบไม่มีในตำราเรียน และไม่มีใครเขียนเอาไว้ เมื่อเราเจอปัญหา เรามีสองทางเลือกที่ดี อดทนสู้ &#8211; แค่อยู่เฉยๆ ทำตัวปกติ ปัญหาก็จะหายไปเอง หนีมัน ผมเป็นคนชอบหนีปัญหาแหละ เหอๆ ทั้งๆที่ก่อเอง แต่ก็ชอบที่จะหนี มันง่ายดี แต่ปัญหาชีวิตประเภทนี้ ไม่ควรหนี เพราะว่า เราตั้งใจมาฝึกฝนตัวเอง ดังนั้นแล้วเนี่ย เราก็ควรจะมองปัญหาต่างๆ ว่าเหมือนบทฝึก เพราะอนาคต เราต้องเป็นใหญ่เป็นโต ผมคิดแบบนี้เสมอ ดูการแก้ปัญหาของคนต่างๆในตอนนี้ แล้วจำวิธีที่เทพ เอาไปใช้ในอนาคต แนวคิด การแก้ปัญหาชีวิต ลอกวิธีแก้ปัญหา จากครู (พระพุทธเจ้า ครูบาอาจารย์) ฝึกใจไม่ให้กลุ้มกับปัญหามากนัก แสวงความสุขด้วยตัวเอง จากความดีในอดีต และความดีปัจจุบัน อดทนต่อไป ปัญหาก็เหมือนฝนตก อยู่เฉยๆมันก็จากไปเอง แสด ไม่ใช้วิชชามาร คือ ความชั่วทั้งหลาย เช่น ความโกรธ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พอดีได้รู้จักเรื่องราวของน้องคนนึง ซึ่งเธอกำลังจะกลับไทย ทั้งๆที่มาญี่ปุ่นได้ปีเดียวเอง</p>
<p>ผมเดาเหตุการณ์ ก็คงเจอตอน่ะแหละ ปัญหาการอยู่ร่วมกับคนอื่น ซึ่งผมเจอบ่อย เจอเป็นปกติ เรื่องพวกนี้แทบไม่มีในตำราเรียน และไม่มีใครเขียนเอาไว้</p>
<p>เมื่อเราเจอปัญหา เรามีสองทางเลือกที่ดี</p>
<ul>
<li>อดทนสู้ &#8211; แค่อยู่เฉยๆ ทำตัวปกติ ปัญหาก็จะหายไปเอง</li>
<li>หนีมัน</li>
</ul>
<p>ผมเป็นคนชอบหนีปัญหาแหละ เหอๆ ทั้งๆที่ก่อเอง แต่ก็ชอบที่จะหนี มันง่ายดี แต่ปัญหาชีวิตประเภทนี้ ไม่ควรหนี เพราะว่า</p>
<ul>
<li>เราตั้งใจมาฝึกฝนตัวเอง</li>
</ul>
<p>ดังนั้นแล้วเนี่ย เราก็ควรจะมองปัญหาต่างๆ ว่าเหมือนบทฝึก เพราะอนาคต เราต้องเป็นใหญ่เป็นโต ผมคิดแบบนี้เสมอ ดูการแก้ปัญหาของคนต่างๆในตอนนี้ แล้วจำวิธีที่เทพ เอาไปใช้ในอนาคต</p>
<h2>แนวคิด การแก้ปัญหาชีวิต</h2>
<ul>
<li>ลอกวิธีแก้ปัญหา จากครู (พระพุทธเจ้า ครูบาอาจารย์)</li>
<li>ฝึกใจไม่ให้กลุ้มกับปัญหามากนัก</li>
<li>แสวงความสุขด้วยตัวเอง จากความดีในอดีต และความดีปัจจุบัน</li>
<li>อดทนต่อไป ปัญหาก็เหมือนฝนตก อยู่เฉยๆมันก็จากไปเอง แสด</li>
<li>ไม่ใช้วิชชามาร คือ ความชั่วทั้งหลาย เช่น ความโกรธ การด่าทอ การทำร้าย มันไม่ได้แก้ปัญหาได้จริง และทำให้นิสัยเสีย</li>
</ul>
<p>พูดไปก็ไม่เท่าลองทำดู เราไม่เจอปัญหาบ้างก็นึกไม่ออก แต่หากเราได้เจอ ก็อาจทำอะไรไม่ถูกก็ได้ ฮ่าๆ แต่ผม ชนะมันมาแล้ว และจะชนะต่อไป อิ</p>
<h2>ความคาดหวัง</h2>
<p>นอกเรื่องไปเยอะ มันเกี่ยวอะไรกัน กับความคาดหวัง&#8230; ครับ ผมสังเกตได้ว่า ต้นเหตุของปัญหา มักเกิดจากความคาดหวัง หากหวังผิด ก็จะผิดหวัง ฟังดูง่าย แต่มันละเอียดนะเธอว์</p>
<p>อาทิเช่น เราคิดไปว่า คนนั้นมันจะดี ขยัน แต่พอคบไปนานๆ ไหงมันขี้เกียจวะเนี่ย แค่นี้ก็ไม่พอใจกันแล้ว</p>
<p>กลับกัน หากคนที่เราได้ยินมาว่า มันขี้เกียจ จู่ๆมันลุกมากวาดพื้นนิดหน่อย โอ้โฮ เกินคาด</p>
<p>พึงสังเกตความคาดหวังให้ดี และอย่าไปสร้างความหวังมากนัก โดยเฉพาะกับหัวหน้า ฮ่าๆ ทำให้เขาหวังถูกน่ะ จะได้สมหวังกัน ไม่มีปัญหา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/kibou/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องมารๆ</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/mara_no_koto/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/mara_no_koto/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 May 2010 15:05:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาหยอดตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=854</guid>
		<description><![CDATA[อากาศเริ่มร้อนขึ้น ความอดทนก็เริ่มน้อยลง หงุดหงิดง่าย เคยมีคำกล่าวว่า อยู่คนเดียวระวังความคิด อยู่กับมิตรระวังวาจา สิ่งที่มารกลัว มี สามอย่าง คือ กลัวเจ้าอาวาสใหญ่ กลัวคนเข้าถึงธรรม กลัวหมู่คณะจะรักกัน สามัคคี บางสิ่งทำไปแล้ว ไม่ย้อนคืน ความไม่พอใจ เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่คนที่ไม่อดทน บารมีอ่อน ก็ย่อมโมโหได้ง่าย รวมถึงผมด้วย ดังนั้นเมื่อความโกรธเกิดขึ้น โดยไม่ตั้งใจ เราก็ต้องระวังตัวเองให้มากขึ้น คือ อย่าพูดอะไรออกไป จะดีที่สุด อย่าทำอะไรออกไป เพื่อระบาย สลายความโกรธ ด้วยความดีอ่ะ หาทางให้ตัวเองมีความสุขโดยเร็ว หากเราเผลอทำอะไรออกไป สิ่งนั้นจะย้อนมาทำร้ายเราเอง เช่น เผลอพูดจารุนแรง อาจจะสะใจ แต่พอหายโกรธ เราต้องมานั่งเสียใจเอง เหอๆ เป็นแบบนี้กันเยอะ บางคน เผลอให้ร้าย ทำร้ายเพื่อน แต่พอหายโกรธ กลับต้องออกจากกลุ่มไปอย่างน่าเสียดาย เพราะละอายจนทนตัวเองไม่ได้ น่ากัวมาก สรุปว่า หากมีความโกรธเกิดขึ้น คิดเยอะๆ ก่อนจะทำอะไรลงไป มันอาจไม่ย้อนคืน บางคนทำร้ายกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อากาศเริ่มร้อนขึ้น ความอดทนก็เริ่มน้อยลง หงุดหงิดง่าย เคยมีคำกล่าวว่า อยู่คนเดียวระวังความคิด อยู่กับมิตรระวังวาจา</p>
<p>สิ่งที่มารกลัว มี สามอย่าง คือ</p>
<ul>
<li>กลัวเจ้าอาวาสใหญ่</li>
<li>กลัวคนเข้าถึงธรรม</li>
<li>กลัวหมู่คณะจะรักกัน สามัคคี</li>
</ul>
<h2><span id="more-854"></span>บางสิ่งทำไปแล้ว ไม่ย้อนคืน</h2>
<p>ความไม่พอใจ เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่คนที่ไม่อดทน บารมีอ่อน ก็ย่อมโมโหได้ง่าย รวมถึงผมด้วย ดังนั้นเมื่อความโกรธเกิดขึ้น โดยไม่ตั้งใจ เราก็ต้องระวังตัวเองให้มากขึ้น คือ</p>
<ul>
<li>อย่าพูดอะไรออกไป จะดีที่สุด</li>
<li>อย่าทำอะไรออกไป เพื่อระบาย</li>
<li>สลายความโกรธ ด้วยความดีอ่ะ</li>
<li>หาทางให้ตัวเองมีความสุขโดยเร็ว</li>
</ul>
<p>หากเราเผลอทำอะไรออกไป สิ่งนั้นจะย้อนมาทำร้ายเราเอง เช่น เผลอพูดจารุนแรง อาจจะสะใจ แต่พอหายโกรธ เราต้องมานั่งเสียใจเอง เหอๆ เป็นแบบนี้กันเยอะ</p>
<p>บางคน เผลอให้ร้าย ทำร้ายเพื่อน แต่พอหายโกรธ กลับต้องออกจากกลุ่มไปอย่างน่าเสียดาย เพราะละอายจนทนตัวเองไม่ได้ น่ากัวมาก</p>
<p>สรุปว่า หากมีความโกรธเกิดขึ้น คิดเยอะๆ ก่อนจะทำอะไรลงไป มันอาจไม่ย้อนคืน</p>
<h2>บางคนทำร้ายกัน</h2>
<p>ความโกรธ มีไว้ทำลายกายมนุษย์โดยเฉพาะๆ ความโกรธกระตุ้นให้คนทำร้ายกัน เมื่อทำร้ายกัน ก็เกิดวิบาก ทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์ ไม่แข็งแรง</p>
<p>มารเขาอยากทำลายมนุษย์อยู่แล้ว ก็เลยชอบยุให้มนุษย์ทำลายกัน</p>
<p>สรุปว่า หากเลือกจะทำร้ายกัน ก็ทำใจรอไว้ได้เลยว่า ชาติหน้าก็ต้องมาเจออีก</p>
<h2>คนรู้ทันย่อมเลือกที่จะหยุด</h2>
<p>หากใครเคยนั่งสมาธิ สายธรรมกาย จะมีประโยคนึงพูดชัดเจนว่า &#8220;หยุดเป็นตัวสำเร็จ&#8221; หยุดหมายถึงหยุดใจ อยู่เฉยๆ หยุดนิ่งเฉย</p>
<p>เมื่อมีการกระทบกระทั่ง และไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงดี ก็เริ่มด้วยการหยุดก่อน หยุดใจเราก่อน ทำทุกอย่างเหมือนเดิม แต่อะไรที่เกิดขึ้น ก็หยุดไว้ในใจ ไม่ไปโต้ตอบ</p>
<p>หลายคนยอมไม่ได้ เพราะถือว่าการไม่โต้ตอบคือพ่ายแพ้ คิดไปซะแบบนั้น แต่ผมคิดว่า การที่เราจะแพ้หรือไม่แพ้ ขึ้นกับใจของเรามากกว่า ถ้าใจเรามีความต้านทาน ใครจะมาเปลี่ยนความรู้สึกเราไปง่ายๆไม่ได้ นั่นแหละ เราได้เปรียบแล้ว</p>
<p>สรุปว่า ผู้รู้ ย่อมบังคับใจตัวเองได้ และเลือกทำแต่สิ่งดีๆน่ะ</p>
<h2>ไม่มีศัตรูถาวร</h2>
<p>หลายเรื่อง ในประสบการณ์ผม ทำให้ผมเห็นชัดว่า ไม่มีศัตรูถาวร (ศัตรูถาวร คือมาร ที่พยายามบังคับใจเรา) มนุษย์ไม่ใช่ศัตรูกัน ศัตรูเราในวันนี้ อาจเป็นมิตรกับเราในอนาคต แต่จะดีกว่าถ้าเลือกที่จะไม่สร้างศัตรู อิ</p>
<p>ดังนั้นการพยาบาทกันไป ก็ทำให้ศัตรูปัจจุบัน กว่าจะมาคืนดีกับเรา ใช้เวลานานกว่าเดิม เหอๆ</p>
<p>ขอให้ทุกคน พึงสังเกตใจตัวเองให้ดี อย่าไปยอมกับความคิดฝ่ายชั่วน่ะ เอาชนะปัญหา ด้วยความดีสิเธอว์ เพราะมนุษย์เรา มาจากฝ่ายดีกันทั้งนั้นแหละ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/mara_no_koto/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟังพระเทศเรื่องกีฬาสีมา</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/color_sport/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/color_sport/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 29 May 2010 03:46:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาหยอดตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=849</guid>
		<description><![CDATA[พอดีได้ฟังพระเทศเรื่องกีฬาสีมา มีใจความน่าสนใจหลายเรื่อง สำหรับชาวพุทธน่ะ ผมจะเล่าโดยไม่เรียงละกัน เอาเป็นย่อๆ เป็นหัวข้อไป รอบแรก ตาย 40 คนน่ะ รอบแรกเขาบอกว่าตาย 20 กว่าคนใช่ไหม แต่วัดผมบอกว่าตาย 40 แล้วหลวงพ่อให้ไปเรียก 40 คนนั้นมา (คนที่ตายไปแล้ว) เป็นสัมภเวสี วนเวียนแถวนั้น พระที่มีความสามารถก็ไปตามมาให้ แล้วก็ถามว่า เคยทำบุญบ้างไหม ได้ทำบุญบ้างไหม เหล่าสัมภเวสีตอบว่าไม่เคยเลย นึกไม่ออก พระจึงถามอีกว่า แล้วไปชุมนุมทำไม สัมภเวสีบอกว่า อยากให้ประเทศมีประชาธิปไตย บุญที่ใจปราถนาดีกับคนอื่น นิดเดียวเท่านั้นเอง นิดเดียวจริงๆ ก็ทำให้ไปเกิดเป็นภุมมเทวา (นึกถึงบุญออก จึงรอดพ้นอบาย) ทำไมบางคนไม่ยอมเข้าใจ ทำไมบางคนถึงไม่ยอมเข้าใจเรา ทั้งๆที่เราเข้าใจเขา อันนี้พระอธิบายว่า เรื่องความขัดแย้ง มันเป็นวิบากกรรมเก่า ในพุทธันดรก่อน (พระพุทธเจ้าองค์ก่อน) มีกษัตริย์หลายเมือง (ตอนนี้กษัตริย์เหล่านั้น มาเป็นใหญ่ในตอนนี้ บ้างก็เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ๆ เพราะบุญหย่อนลงมา) ซึ่งคนที่เคยเป็นชาวเมือง ของกษัตริย์องค์ไหน ก็มักจะเชียร์กษัตริย์พระองค์นั้น กล่าวคือ บางคนก็ไม่ได้คิดอะไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พอดีได้ฟังพระเทศเรื่องกีฬาสีมา มีใจความน่าสนใจหลายเรื่อง สำหรับชาวพุทธน่ะ</p>
<p>ผมจะเล่าโดยไม่เรียงละกัน เอาเป็นย่อๆ เป็นหัวข้อไป</p>
<h2>รอบแรก ตาย 40 คนน่ะ</h2>
<p>รอบแรกเขาบอกว่าตาย 20 กว่าคนใช่ไหม แต่วัดผมบอกว่าตาย 40 แล้วหลวงพ่อให้ไปเรียก 40 คนนั้นมา (คนที่ตายไปแล้ว) เป็นสัมภเวสี วนเวียนแถวนั้น พระที่มีความสามารถก็ไปตามมาให้ แล้วก็ถามว่า</p>
<ul>
<li>เคยทำบุญบ้างไหม ได้ทำบุญบ้างไหม<br />
เหล่าสัมภเวสีตอบว่าไม่เคยเลย นึกไม่ออก</li>
<li>พระจึงถามอีกว่า แล้วไปชุมนุมทำไม<br />
สัมภเวสีบอกว่า อยากให้ประเทศมีประชาธิปไตย</li>
</ul>
<p>บุญที่ใจปราถนาดีกับคนอื่น นิดเดียวเท่านั้นเอง นิดเดียวจริงๆ ก็ทำให้ไปเกิดเป็นภุมมเทวา (นึกถึงบุญออก จึงรอดพ้นอบาย)</p>
<h2><span id="more-849"></span>ทำไมบางคนไม่ยอมเข้าใจ</h2>
<p>ทำไมบางคนถึงไม่ยอมเข้าใจเรา ทั้งๆที่เราเข้าใจเขา อันนี้พระอธิบายว่า เรื่องความขัดแย้ง มันเป็นวิบากกรรมเก่า ในพุทธันดรก่อน (พระพุทธเจ้าองค์ก่อน) มีกษัตริย์หลายเมือง (ตอนนี้กษัตริย์เหล่านั้น มาเป็นใหญ่ในตอนนี้ บ้างก็เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ๆ เพราะบุญหย่อนลงมา) ซึ่งคนที่เคยเป็นชาวเมือง ของกษัตริย์องค์ไหน ก็มักจะเชียร์กษัตริย์พระองค์นั้น กล่าวคือ บางคนก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เชียร์ตามหัวหน้าก็มี</p>
<p>พระท่านเตือนว่า เราอย่าไปผสมโรง กล่าวคือ ไม่ว่าผู้ใหญ่ กรรมใครกรรมท่าน อะไรที่ขัดใจ ก็ให้อดทน เพราะถ้าไปผสมโรง ชาติหน้าก็ต้องไปเจอเรื่องแบบนี้อีก ไม่หลุดพ้นสักที</p>
<h2>คนบางกลุ่ม ชอบใจที่ชาวพุทธฆ่ากันเอง</h2>
<p>หัวข้อแบบนี้ จะอิงศาสนาใช่ไหม ใช่จ้ะ บางศาสนามีความเชื่อว่า พระเจ้าของเขาจะโปรดมนุษย์ได้ ถ้ามนุษย์คนนั้นอธิบายไม่รู้เรื่อง ก็ให้ฆ่าเสีย เพื่อเป็นการช่วยเขา มันจึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมภาคใต้ ชอบฆ่ากันจัง ฆ่าไปทำไมกัน นั่นแหละ ฆ่าเพื่อให้ไปเจอพระเจ้า พระเจ้าจะได้ช่วยเธอว์ไง</p>
<p>แต่คำสอนของพุทธศาสนา กำหนดนโยบายไว้ชัดเจน ในวันมาฆบูชาว่า ไม่ว่าร้ายใคร ไม่ทำร้ายใคร พึงระวังในศีล และสำรวมในการบริโภค เป็นต้น หากสำนักไหนปฏิบัติตามนี้ แม้ในสองข้อแรก ผมว่าก็แหล่มแล้วล่ะครับ ไม่ขออะไรมาก</p>
<h2>สมัยพระพุทธเจ้าเองก็วุ่นวาย</h2>
<p>สมัยพระพุทธเจ้ามีพระชนมายุได้ 78 พรรษา ท่านก็เสียอัครสาวกเบื้องซ้าย และเบื้องขวาไป (พระโมคคัลลานะ ถูกทุบตาย) (พระสารีบุตร ป่วยตาย) ช่วงนั้นบ้านเมืองวุ่นวายมาก เกิดสงครามเป็นหย่อมๆ และเกิดกับอุปฐากคนสำคัญของท่านด้วย รวมถึงตระกูลของท่าน ก็ถูกฆ่าล้างโคตรอีกด้วย เพราะ ศากยวงศ์ไปดูถูกตระกูลอื่นไว้ พอความเข้มแข็งน้อยลง ก็ถูกเขามาล้างแค้น ฆ่าล้างโคตรซะงั้น (พระพุทธเจ้าท่านไปห้ามถึง 3 ครั้งแล้ว ท่านก็เลยต้องวางอุเบกขา)</p>
<p>ตัวแสบที่สุดในตอนนี้ คือพระเจ้าอชาติศัตรู ท่านเองเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ แต่ไปถูกใจกับพระเทวทัต (ได้เพื่อนไม่ดี) ก็เลยมีความเห็นผิดเพี้ยน ไปหลงฆ่าพ่อตัวเองเข้า พอตัวเองได้เป็นพ่อ ก็เข้าใจความรักของพ่อ จึงเกิดความไม่สบายใจ เที่ยวถามใครต่อใครว่าฆ่าพ่อนี่ผิดไหม เหล่าอลัชชีพวกนั้น (ศาสนาอื่น) อยากเอาใจ ก็บอกว่าไม่ผิด จนสุดท้าย แอบไปถามพระพุทธเจ้า</p>
<h2>ไม่มีศัตรูถาวร</h2>
<p>พระเจ้าอชาติศัตรู แม้จะเป็นตัวแสบสุดๆ ทำลายเมืองต่างๆ จนดูเหมือนจะเป็นภัยต่อพระศาสนา แต่สุดท้าย ก็แอบไปถามพระพุทธเจ้า ซึ่งตอนนั้นท่านใกล้จะปรินิพพานแล้ว พระพุทธเจ้าท่านก็ต้อนรับทักทายอย่างดี (ใจของพระโพธิสัตว์ อยากให้ทุกคนมีความสุข) พระเจ้าอชาติศัตรูได้ถามเรื่องราวมากมาย เช่น ทำไมต้องบวช ฯลฯ สุดท้ายก็ถามเรื่องการฆ่าพ่อ ฮ่าๆ อยากรู้ใช่ไหมว่าท่านตอบยังไง เอาล่ะ ในที่สุด พระเจ้าอชาติศัตรูก็เกิดศรัทธา และเป็นผู้นำเผยแผ่พระศาสนาไปทั่วโลก</p>
<p>ที่พระศาสนามาถึงจีน ญี่ปุ่น ไทย ได้เนี่ยก็เพราะอานุภาพของพระเจ้าอชาติศัตรูน่ะเอง โอ้.. ศัตรูกลายเป็นมิตร จึงไม่มีมิตร และศัตรูที่แท้จริงล่ะจ้า โลกนี้ (ศัตรูที่แท้จริง คือความชั่วในใจมนุษย์น่ะ สู้กะมันเส่ะเธอว์)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/color_sport/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องผีๆ</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/ghost/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/ghost/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 11:10:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=840</guid>
		<description><![CDATA[มาฟังเรื่องเบาๆกันบ้าง จำมาจากชาดกเรื่องนึง คือต้นเหตุของเรื่องนี้มีอยู่ว่า พี่สาวคนนึง เธอปวดห้องน้ำมาก ก็เลยไปแวะในวัดแห่งนึง ในชนบทน่ะ ปรากฏว่าห้องน้ำปิดหมด เหลือห้องน้ำท้ายวัด ก็ต้องวิ่งฝ่าดงความมืดไป ไฟฉายเทพก็ไม่มี วิ่งๆๆ ห้องน้ำไกลมาก มืดด้วย จนขี้เกียจ ก็เลยว่าฉี่ตรงนี้แหละ แล้วก็ยกมือท่วมหัว ขออนุญาตเจ้าที่ ในตอนนั้น พอเธอกำลังปลดกระดุมได้ 1 เม็ด ผีก็โผล่มานั่งทันที ฉึ่ง&#8230;. โผล่มาประท้วง ว่าฉี่ไม่ได้นะเธอว์ เจ้าตัวเห็นเข้า ก็วิ่งเผ่นทันที ผีหลอกแล้วจ้า ถามว่า ผีมีจริงไหม เจ้าที่มีจริงไหม ผมเคยอ่านในชากด เขาบอกไว้ดังนี้ เสือสิงห์พิทักษ์ป่า ในชาดก ได้พูดถึงเสือกับสิงห์ ที่ดุร้ายมาก กัดกินสัตว์ป่า แล้วทิ้งซากไว้กระจัดกระจาย เหม็นคลุ้งไปทั่วป่า ทำให้ป่าแห่งนั้น ไม่มีใครกล้าเข้ามา เพราะทั้งทึบ ทั้งน่ากลัว เสือสิงห์สองตัวนั้น ก็คำรามลั่นป่าเป็นประจำเสมอ แต่ป่านั้นเอง ก็มีเทวดาอยู่สองตน เฝ้าป่าอยู่เช่นกัน อาศัยอยู่ในต้นไม้ ทนพฤติกรรมของเสือสิงห์ไม่ได้ เพราะชอบทำสกปรก ซากสัตว์ทำให้กลิ่นเน่าเหม็น ก่อความรำคาญให้เทวดาอย่างมาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มาฟังเรื่องเบาๆกันบ้าง จำมาจากชาดกเรื่องนึง คือต้นเหตุของเรื่องนี้มีอยู่ว่า</p>
<p>พี่สาวคนนึง เธอปวดห้องน้ำมาก ก็เลยไปแวะในวัดแห่งนึง ในชนบทน่ะ ปรากฏว่าห้องน้ำปิดหมด เหลือห้องน้ำท้ายวัด ก็ต้องวิ่งฝ่าดงความมืดไป ไฟฉายเทพก็ไม่มี วิ่งๆๆ ห้องน้ำไกลมาก มืดด้วย จนขี้เกียจ ก็เลยว่าฉี่ตรงนี้แหละ แล้วก็ยกมือท่วมหัว ขออนุญาตเจ้าที่</p>
<p>ในตอนนั้น พอเธอกำลังปลดกระดุมได้ 1 เม็ด ผีก็โผล่มานั่งทันที ฉึ่ง&#8230;. โผล่มาประท้วง ว่าฉี่ไม่ได้นะเธอว์</p>
<p>เจ้าตัวเห็นเข้า ก็วิ่งเผ่นทันที ผีหลอกแล้วจ้า</p>
<p>ถามว่า ผีมีจริงไหม เจ้าที่มีจริงไหม ผมเคยอ่านในชากด เขาบอกไว้ดังนี้</p>
<p><span id="more-840"></span></p>
<h2>เสือสิงห์พิทักษ์ป่า</h2>
<p>ในชาดก ได้พูดถึงเสือกับสิงห์ ที่ดุร้ายมาก กัดกินสัตว์ป่า แล้วทิ้งซากไว้กระจัดกระจาย เหม็นคลุ้งไปทั่วป่า ทำให้ป่าแห่งนั้น ไม่มีใครกล้าเข้ามา เพราะทั้งทึบ ทั้งน่ากลัว เสือสิงห์สองตัวนั้น ก็คำรามลั่นป่าเป็นประจำเสมอ</p>
<p>แต่ป่านั้นเอง ก็มีเทวดาอยู่สองตน เฝ้าป่าอยู่เช่นกัน อาศัยอยู่ในต้นไม้ ทนพฤติกรรมของเสือสิงห์ไม่ได้ เพราะชอบทำสกปรก ซากสัตว์ทำให้กลิ่นเน่าเหม็น ก่อความรำคาญให้เทวดาอย่างมาก (เพราะเทวดามีสัมผัสอันเป็นทิพย์)</p>
<h2>เทวดาขับไล่</h2>
<p>เทวดาจึงประชุมหารือกันว่า จะจัดการยังไงดี อีกฝ่ายนึงไม่เห็นด้วย แต่อีกฝ่ายบอกว่าทนไม่ได้แล้ว ในที่สุดฝ่ายที่ทนไม่ได้ ก็ตัดสินใจ แปลงกายเป็นยักษ์ ไปหลอกเสือสิงห์ ให้ตกใจกลัว จนต้องย้ายไปอยู่ในป่าอื่น</p>
<p>ป่านั้นก็เงียบสงบได้พักใหญ่ อากาศสดชื่นเป็นอย่างมาก</p>
<p>แต่ไม่นาน&#8230; ผู้คนเริ่มรู้สึกได้ว่า เสือสิงห์นั้นหายไปแล้ว จึงค่อยๆรุกคืบ เข้ามาทำลายป่าที่ละช้าๆ จนเทวดาเริ่มรู้สึกเดือดร้อน กลัวว่าตัวเองจะไร้ที่อยู่ จึงรีบกลับไปเชิญเสือสิงห์ ให้กลับมาอีกครั้ง</p>
<h2>เทวดาง้อสัตว์</h2>
<p>แต่เสือสิงห์ไม่ยอมกลับไป เพราะที่อยู่ใหม่นั้น อุดมสมบูรณ์กว่า ดีกว่าในทุกอย่าง จึงไม่กลับไปให้โง่ และไม่นาน ป่าก็ถูกทำลาย จนในที่สุด เทวดาก็ต้องจุติไป เพราะขาดที่อยู่ และหมดบุญ</p>
<p>หากใครๆสงสัยว่า ทำไมเทวดาไม่หลอกคนล่ะ คำตอบคือ หลอกได้ แต่หลอกไม่ได้ทุกคน ถ้าคนอยู่มากๆ ดวงจิตสู้ไม่ไหว ก็ทำอะไรไม่ได้เลยจ้ะ อย่างเช่น สุสานไหนว่าผีดุ ลองบุกไปสักร้อยคน ผีก็ต้องหนีเหมือนกัน เป็นงั้นไปน่ะ</p>
<p>นี่แหละคือคำยืนยัน ว่าเจ้าที่น่ะมีจริง และมีปรากฏในชาดก คือเทวดาชั้นล่าง บุญบาปพอๆกัน จึงมาเกิดเป็นภุมมเทวา ซึ่งก็มีความหลากหลาย แตกต่างกันมาก แต่กระนั้นเราก็ไม่ควรไปใส่ใจนัก</p>
<p>สิ่งที่ควรใส่ใจกว่า คือความดีของเราเอง สั่งสมไว้ให้มากที่สุด และจิตใจของเราเอง ก็ต้องดูแลรักษามัน ให้คิดแต่เรื่องดี ใจจะได้ผ่องใสครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/ghost/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อนุโมทนาบาป</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/bad_mothana/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/bad_mothana/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 May 2010 12:19:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=818</guid>
		<description><![CDATA[พวกเราคงได้รู้จักการอนุโมทนาบุญกันมาบ้าง อนุโมทนาบุญหมายถึง เห็นดีเห็นงาม กับความดีที่เขาทำ ในทางกลับกัน สิ่งที่ตรงข้ามกับอนุโมทนาบุญ เขาเรียกว่า อนุโมทนาบาป มันคืออะไร???? น่ากลัวแค่ไหน พี่โตจะเล่าให้ฟังนะจ๊ะ อนุโมทนาบาป เคยไหม เวลาที่ศัตรูของเราซวย เรารู้สึกสมน้ำหน้า สะใจ มีความสุข *0* อันนี้แหละ เขาเรียกว่าอนุโมทนาบาป กล่าวคือ เห็นดีเห็นงามกับความซวย เรื่องนี้มันมีผลโดยตรงกับจิตใจของเรานะครับ คือ มันทำให้ใจเราอ่ะ ผูกพันธ์กับความซวย ความโชคร้าย แล้วสิ่งนั้นมันจะถูกดูด ให้เกิดกับเราบ้าง *0* อะไรทำให้เกิดการอนุโมทนาบาป ความซวย ถ้าเกิดกับคนที่เรารัก เราก็มักจะพูดว่า โถ..น่าสงสาร น่าเห็นใจ อยากช่วย อยากให้เขาได้ดีมีความสุข อันนี้เขาเรียกว่า กรุณาน่ะ ความซวย ถ้าเกิดกับศัตรู เรามักจะสมน้ำหน้า นี่แหละคือโมทนาบาป เกิดจากความเกลียด อาฆาต อิจฉา *0* ความซวยไม่ควรจะเกิดกับใครทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดกับศัตรูขึ้นมา ก็ต้องบอกตัวเองว่า เรา&#8230;ไม่ดีใจน่ะ อันนี้เป็นเบื้องต้น ที่จะ stop [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พวกเราคงได้รู้จักการอนุโมทนาบุญกันมาบ้าง อนุโมทนาบุญหมายถึง เห็นดีเห็นงาม กับความดีที่เขาทำ ในทางกลับกัน สิ่งที่ตรงข้ามกับอนุโมทนาบุญ เขาเรียกว่า อนุโมทนาบาป มันคืออะไร???? น่ากลัวแค่ไหน พี่โตจะเล่าให้ฟังนะจ๊ะ</p>
<h2>อนุโมทนาบาป</h2>
<p>เคยไหม เวลาที่ศัตรูของเราซวย เรารู้สึกสมน้ำหน้า สะใจ มีความสุข *0* อันนี้แหละ เขาเรียกว่าอนุโมทนาบาป กล่าวคือ เห็นดีเห็นงามกับความซวย เรื่องนี้มันมีผลโดยตรงกับจิตใจของเรานะครับ คือ</p>
<p>มันทำให้ใจเราอ่ะ ผูกพันธ์กับความซวย ความโชคร้าย แล้วสิ่งนั้นมันจะถูกดูด ให้เกิดกับเราบ้าง *0*</p>
<h2>อะไรทำให้เกิดการอนุโมทนาบาป</h2>
<p>ความซวย ถ้าเกิดกับคนที่เรารัก เราก็มักจะพูดว่า โถ..น่าสงสาร น่าเห็นใจ อยากช่วย อยากให้เขาได้ดีมีความสุข อันนี้เขาเรียกว่า กรุณาน่ะ</p>
<p>ความซวย ถ้าเกิดกับศัตรู เรามักจะสมน้ำหน้า นี่แหละคือโมทนาบาป เกิดจากความเกลียด อาฆาต อิจฉา *0*</p>
<p>ความซวยไม่ควรจะเกิดกับใครทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดกับศัตรูขึ้นมา ก็ต้องบอกตัวเองว่า เรา&#8230;ไม่ดีใจน่ะ อันนี้เป็นเบื้องต้น ที่จะ stop ความพยาบาทได้ *0* น๊ะ</p>
<p>มาถึงกีฬาสี ตามคำทำนาย พวกนั้นเขาจะไปกันทั้งยวง (พวกแสบๆในตอนนี้) ตอนนี้ก็กำลังทยอยกันอยู่ เพียงแต่เมื่อวันนั้นมาถึง เราไม่ควรอนุโมทนาบาปน่ะ ควรจะสลดใจ ดูเป็นอุทาหรณ์สอนตัว ความรู้สึกนี้น่าจะดีกว่าน๊ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/bad_mothana/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ส.สิวลัก จะกดปุ่มทำลายตัวเองซะแร้ว</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/sorsiwalak/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/sorsiwalak/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 May 2010 15:22:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้รอบตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=814</guid>
		<description><![CDATA[จากข่าว http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1273395040&#38;grpid=00&#38;catid= ภาพลุงเชย ลุงสิวลัก ความเห็นของพี่โต ส.สิวลัก ไม่รู้เป็นไร คงกลัวว่าธรรมกายจะรวย จึงไปขัดขวางการทำความดีของวัดพระธรรมกาย ไม่ได้ดูทิศทางลมเลยว่า ธรรมกายชวนคนบวช ชวนคนทำความดีไปไม่รู้เท่าไร ต่อเท่าไรแล้ว รวมถึงการทำละครฟื้นฟูศีลธรรมโลกอีกด้วย ก็ทำให้เกิดปรากฏการ ปลูกศีลธรรมให้ดารา ทำให้ดารา มีความเป็นต้นแบบแก่เยาวชนมากขึ้น เป็นต้นแบบแห่งความดีน่ะ สวยทั้งใน ทั้งนอก การที่ ส.สิวลัก ออกมาทำแบบนี้ เท่ากับเป็นการ กดปุ่มทำลายตัวเอง *0* ฆ่าตัวตายอย่างทรมานชัดๆ ไม่ว่าธรรมกายจะเป็นพุทธพานิชย์ หรือพุทธอะไรก็แล้วแต่จะคิด แต่ผลงานของธรรมกาย ก็ประจักษ์ชัดแล้ว ว่าได้พัฒนาคนในด้านศีลธรรมจริง เคยมีใครสักคน ทำนายไว้ว่า ปีนี้ ปีหน้า ช่วงนี้แหละ พวกแสบๆ จะไปกันทั้งยวง ผมคิดว่าเราจะได้เจออะไรแปลกๆเยอะขึ้น ผู้คนจะตาสว่าง และ&#8230;. พวกแสบๆ จะโกหกไม่สำเร็จอีกต่อไป วันนั้น มันจะไปกันทั้งยวงจริงๆ ดังนั้น คนดีจึงต้องอดทน และทำใจใสๆ ต่อไปนะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากข่าว</p>
<p>http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1273395040&amp;grpid=00&amp;catid=</p>
<p><a href="http://www.lordbsd.net/wp-content/uploads/2010/05/siwlak.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-815" title="siwlak" src="http://www.lordbsd.net/wp-content/uploads/2010/05/siwlak-300x246.jpg" alt="" width="300" height="246" /></a><br />
ภาพลุงเชย ลุงสิวลัก</p>
<h2>ความเห็นของพี่โต</h2>
<p><span id="more-814"></span>ส.สิวลัก ไม่รู้เป็นไร คงกลัวว่าธรรมกายจะรวย จึงไปขัดขวางการทำความดีของวัดพระธรรมกาย ไม่ได้ดูทิศทางลมเลยว่า ธรรมกายชวนคนบวช ชวนคนทำความดีไปไม่รู้เท่าไร ต่อเท่าไรแล้ว รวมถึงการทำละครฟื้นฟูศีลธรรมโลกอีกด้วย ก็ทำให้เกิดปรากฏการ ปลูกศีลธรรมให้ดารา ทำให้ดารา มีความเป็นต้นแบบแก่เยาวชนมากขึ้น เป็นต้นแบบแห่งความดีน่ะ สวยทั้งใน ทั้งนอก</p>
<p>การที่ ส.สิวลัก ออกมาทำแบบนี้ เท่ากับเป็นการ กดปุ่มทำลายตัวเอง *0* ฆ่าตัวตายอย่างทรมานชัดๆ</p>
<p>ไม่ว่าธรรมกายจะเป็นพุทธพานิชย์ หรือพุทธอะไรก็แล้วแต่จะคิด แต่ผลงานของธรรมกาย ก็ประจักษ์ชัดแล้ว ว่าได้พัฒนาคนในด้านศีลธรรมจริง</p>
<p><a href="http://www.lordbsd.net/wp-content/uploads/2010/05/100000mnk.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-816" title="100000mnk" src="http://www.lordbsd.net/wp-content/uploads/2010/05/100000mnk-300x192.jpg" alt="" width="300" height="192" /></a></p>
<p>เคยมีใครสักคน ทำนายไว้ว่า ปีนี้ ปีหน้า ช่วงนี้แหละ พวกแสบๆ จะไปกันทั้งยวง ผมคิดว่าเราจะได้เจออะไรแปลกๆเยอะขึ้น ผู้คนจะตาสว่าง และ&#8230;. พวกแสบๆ จะโกหกไม่สำเร็จอีกต่อไป วันนั้น มันจะไปกันทั้งยวงจริงๆ</p>
<p>ดังนั้น คนดีจึงต้องอดทน และทำใจใสๆ ต่อไปนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/sorsiwalak/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	<img style='margin:0;padding:0;border:0;' width='1px' height='1px' src="http://www.lordbsd.net/wp-content/plugins/mystat/mystat.php?act=time_load&id=170058&rnd=1016943996" /></channel>
</rss>
