<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>LordBSD &#187; ญี่ปุ่น</title>
	<atom:link href="http://www.lordbsd.net/post/category/japan/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.lordbsd.net</link>
	<description>Blog พี่โต ความรู้รอบตัว เขียนจากใจ แนว cult (เฉพาะกลุ่ม)</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2010 23:16:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>เลือกไม่ถูกเรยเธอว์ compact digital camera</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/compact-digital-camera/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/compact-digital-camera/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2010 12:32:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=943</guid>
		<description><![CDATA[พอกลับมาเมืองไทย ได้ไปเดินห้าง ก็พบว่า *0* ประเทศเราล้าหลังจัง เพราะกล้องที่วางขาย ดูสวยดี แต่ไม่น่าซื้อ ในญี่ปุ่นน่าซื้อกว่า รุ่นใหม่ และถูกกว่าในไทย เกือบ 2 เท่าเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น SONY DSC-WX1 ที่ญี่ปุ่นเก่าแล้วนะเธอว์ ขายอยู่ 14000 เยนเอง หรือประมาณ 5000 บาท เมืองไทยขายเท่าไรนะ 11900 บาท แม่เจ้า ซื้อไม่ลงเลยคับ อย่างว่าแหละนะ คนเรามีทางเลือก ก็อยากเลือกทางที่ดีที่สุด ถ้ามีทางเลือกจำกัด ก็ต้องเลือกในทางที่จำกัดนั้น พอดีผมเล็งกล้องไว้หลายยี่ห้อ ซึ่งผมอิงราคาญี่ปุ่น ก็มี DMC-LX3 ราคา 29000 เยน DSC-HX5V ราคา 27500 เยน DMC-TZ10 ราคา 21000 เยน EX-H15 ราคา 18900 เยน PhotoShot SX210 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พอกลับมาเมืองไทย ได้ไปเดินห้าง ก็พบว่า *0* ประเทศเราล้าหลังจัง เพราะกล้องที่วางขาย ดูสวยดี แต่ไม่น่าซื้อ ในญี่ปุ่นน่าซื้อกว่า รุ่นใหม่ และถูกกว่าในไทย เกือบ 2 เท่าเลยทีเดียว</p>
<p>ตัวอย่างเช่น SONY DSC-WX1 ที่ญี่ปุ่นเก่าแล้วนะเธอว์ ขายอยู่ 14000 เยนเอง หรือประมาณ 5000 บาท เมืองไทยขายเท่าไรนะ 11900 บาท แม่เจ้า ซื้อไม่ลงเลยคับ</p>
<p>อย่างว่าแหละนะ คนเรามีทางเลือก ก็อยากเลือกทางที่ดีที่สุด ถ้ามีทางเลือกจำกัด ก็ต้องเลือกในทางที่จำกัดนั้น พอดีผมเล็งกล้องไว้หลายยี่ห้อ ซึ่งผมอิงราคาญี่ปุ่น ก็มี</p>
<p>DMC-LX3 ราคา 29000 เยน<br />
DSC-HX5V ราคา 27500 เยน<br />
DMC-TZ10 ราคา 21000 เยน<br />
EX-H15 ราคา 18900 เยน<br />
PhotoShot SX210 IS ราคา 24000 เยน<br />
RICOH CX3 ราคา 22000 เยน</p>
<p><span id="more-943"></span>สรุปว่า พวกนี้ขายไม่เกินหมื่นบาท *0* มันน่าซื้อจัง และมันก็มีดีคนละอย่างด้วย อย่าง SONY ภาพกลางคืน แสงน้อยๆ ไม่ต้องมีสามขา เขาเทพจัง หรือว่า RICOH ลูกเล่นก็จ๊าบ ถ่ายสนุกไปเลย ส่วน DMC-LX3 ก็ปรับแมนนวลได้เยอะ แต่เก่าไปนิด (ผลิต 2008) EX-H15 มาด้วยแบตเทพ ถ่ายได้ถึง 1000 ภาพ (กล้องปกติอยู่ที่ 250 &#8211; 350 ภาพ) และ PhotoShot SX210 ก็มาด้วยบอดี้ที่สวยงาม ส่วน DMC-TZ10 ก็เป็นคู่ปรับกะโซนี่เลย ในราคาถูกกว่าเยอะ</p>
<p>เลือกไม่ถูกเลยทีเดียว ถ้าว่าถึงข้อตำหนิล่ะก็ SONY ภาพไม่ละเอียดหรอกจ้ะ ซูมแล้วผิดหวัง ส่วน DMC-LX3 ซูมน้อย และเก่าน่ะ ถ้า RICOH ก็ดูดี แต่บอดี้ไม่จ๊าบเลย เป็นตัวเลือกที่ดีนะ TZ10 แบตก็หมดไวอ่ะ PhotoShot SX210 IS แบตอึดแต่บอดี้ไม่งามเลย</p>
<p>มองไปมองมา เอา DSLR ดีกว่าไหม ตอนนี้มี SONY NEX5 แลพ Panasonic GF1 ซึ่งจ๊าบมาก เล็ก เบา ภาพชัดมาก ถูกใจแน่นอน แต่ต้นทุนชีวิตมันแพงจัง *0* ในราคา 5มัง เลยทีเดียว (50000 เยน) ซึ่ง&#8230;ในไทยขายกันสามหมื่นบาทน่ะ ถ้าจะกัดฟันซื้อก็ทำได้ แต่ถามว่าชีวิตเราต้องการมันขนาดนั้นมากเลยหรือไง เหอๆ</p>
<p>หลังจากเลือกจนปวดหัว ได้ข้อสรุปว่า กูไม่ซื้อละกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/compact-digital-camera/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งที่ไทยต่างจากญี่ปุ่น ตอน..การเดินทาง</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/thai_japan_diff1/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/thai_japan_diff1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Jul 2010 20:17:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=935</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวานผมไปพาราก้อนมาครับ ไปเดินเล่น รถผม แฟนน้องสาวมันเอาไปใช้ ผมเลยต้องไปด้วยตัวเอง ด้วยความที่อยู่ต่างประเทศนาน (1 ปีเอง) ก็ค่อนข้างจะลืมไปแล้วว่า เขาเดินทางกันยังไง ผมจะเขียนเล่าเป็นฉากละกันนะครับ มอไซรับจ้าง ประเทศไทยเรานั้นสะดวกสบายที่สุด เพราะจากบ้านผมถึงปากซอย ก็เกือบ 2 กิโลเข้าไปแล้ว ค่าโดยสาย 15 บาทเอง (แพงว่ะ) นั่งเข้านั่งออก ก็30 บาทสินะ หึหึ จะปั่นจักรยาน สิบล้อก็จะคาบไปทานเสียก่อน เพราะซอยบ้านผมไม่มีฟุตบาทน่ะครับ ส่วนญี่ปุ่นไม่มีจ้ะ มอไซรับจ้างอะไรนั่นน่ะ มอไซรับจ้าง เป็นอะไรที่สะท้อนถึงมาเฟียในไทย ระบบศักดินา ไพร่ ได้ชัดเจนมากๆ ถ้าอยากรู้ก็ไปถามเขาสิว่า เสื้อวินพี่ ราคาเท่าไร หึหึ ญี่ปุ่นจะมี Community Bus จ้างคนขับ แต่ค่าโดยสารแพง ไม่ค่อยมีใครขึ้นหรอก เขาปั่นจักรยานเอา สิบล้อเหรอ ไม่กัวจ้า ทุกคนมีประกัน ลองชนตายดูสิ พ่อแม่รวยเลย ปรับแพง แสนแพง ไม่ค่อยมีใครกล้าทำผิด บ้านเรายังอีกไกล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวานผมไปพาราก้อนมาครับ ไปเดินเล่น รถผม แฟนน้องสาวมันเอาไปใช้ ผมเลยต้องไปด้วยตัวเอง ด้วยความที่อยู่ต่างประเทศนาน (1 ปีเอง) ก็ค่อนข้างจะลืมไปแล้วว่า เขาเดินทางกันยังไง ผมจะเขียนเล่าเป็นฉากละกันนะครับ</p>
<h2>มอไซรับจ้าง</h2>
<p>ประเทศไทยเรานั้นสะดวกสบายที่สุด เพราะจากบ้านผมถึงปากซอย ก็เกือบ 2 กิโลเข้าไปแล้ว ค่าโดยสาย 15 บาทเอง (แพงว่ะ) นั่งเข้านั่งออก ก็30 บาทสินะ หึหึ จะปั่นจักรยาน สิบล้อก็จะคาบไปทานเสียก่อน เพราะซอยบ้านผมไม่มีฟุตบาทน่ะครับ</p>
<p>ส่วนญี่ปุ่นไม่มีจ้ะ มอไซรับจ้างอะไรนั่นน่ะ มอไซรับจ้าง เป็นอะไรที่สะท้อนถึงมาเฟียในไทย ระบบศักดินา ไพร่ ได้ชัดเจนมากๆ ถ้าอยากรู้ก็ไปถามเขาสิว่า เสื้อวินพี่ ราคาเท่าไร หึหึ</p>
<p>ญี่ปุ่นจะมี Community Bus จ้างคนขับ แต่ค่าโดยสารแพง ไม่ค่อยมีใครขึ้นหรอก เขาปั่นจักรยานเอา สิบล้อเหรอ ไม่กัวจ้า ทุกคนมีประกัน ลองชนตายดูสิ พ่อแม่รวยเลย ปรับแพง แสนแพง ไม่ค่อยมีใครกล้าทำผิด บ้านเรายังอีกไกล นอกจากจะเห็นคุณค่าความเป็นคน ของกันและกัน มากขึ้นกว่านี้น่ะ</p>
<h2><span id="more-935"></span>ต่อด้วยรถเมล์</h2>
<p>ป้ายรถเมล์ของไทยนั้น เลิศกว่าญี่ปุ่นมากครับ ของเรามีหลังคา  แต่ญี่ปุ่นมีป้ายเล็กๆ มองแทบไม่รู้ว่านี่คือป้ายรถเมล์ พอได้ขึ้นรถเมล์ปั๊บ รถเมล์บ้านเราเกือบสะอาดแล้วครับ ผ้าม่านไม่เคยซักเลย แต่ทักษะคนขับเนี่ย เทพมาก ขั้นเซียน ผมว่านั่งรถเมล์ สบายกว่าขับรถเสียอีก (ถ้าได้นั่งนะ) ค่าโดยสารรถเมล์บ้านเราถูกมาก ถ้ารถไม่ติดนะ รถเมล์เป็นอะไรที่น่านั่งที่สุด (ยกเว้นรถเมล์เอกชน สกปรก และแอร์ไม่เย็น)</p>
<p>ญี่ปุ่นนั่นรถเมล์สะอาดโคตร เขาห้ามยืนด้วยนะครับ (บางสาย) และถ้าจะลงก็ให้กดกริ่ง รถจอดสนิทค่อยเดินมาจ่ายเงิน รถเมล์ขับชิดซ้ายเกือบจะตลอด และไม่รีบครับ แต่ตรงเวลา มีตารางบอกชัดเจน ว่าจะมาถึงป้ายกี่โมง กระเป๋ารถเมล์ไม่มีครับ ไม่ต้องใช้ มีเครื่องทอนเงิน ขึ้นแล้วก็หยิบบัตร ตอนลงก็สอดเงินลงไป มีตั๋วเดือนด้วย ก็ซื้อกับคนขับนั่นแหละ ทันสมัยมาก มีหน้าจอบอกว่าถึงไหนแล้ว รถไฟฟ้าบ้านเรายังไม่มีบอกเลย (ใต้ดิน) แต่ค่าโดยสาย แพงมาก แพงกว่านั่งแท๊กซี่บ้านเราเสียอีกจ้ะ (ขึ้นป้ายเดียว ก็ 30 บาทแล้ว)</p>
<h2>ต่อด้วยรถไฟฟ้า</h2>
<p>รถไฟฟ้าบ้านเรา สวยกว่า แอร์เย็นฉ่ำกว่า(เข้าขั้นหนาว) เบาะกว้างกว่า แต่เพดานต่ำกว่า แคบกว่า ไม่มีที่วางกระเป๋าด้านบน มีเสียงโฆษณาทีวีน่ารำคาญ (เมื่อก่อนไม่เห็นเปิดเสียงนี่หว่า)  สามารถคุยโทรศัพท์ได้ <strong>แต่ห้ามกินน้ำ ห้ามกินขนม</strong> ไม่มีห้องน้ำในสถานีรถไฟ ขับช้าน่ารำคาญ และไม่มีรถด่วน มีสายน้อยมาก ถ้าไม่มีศักดินา รถไฟไทยจะพัฒนามากกว่านี้</p>
<p>รถไฟฟ้าญี่ปุ่น คันใหญ่ โอ่อ่า มีโฆษณาเยอะมาก เบาะนิ่ม ทำความร้อนความเย็นได้ เปิดหน้าต่างรับลมได้ มีที่วางของด้านบน กินน้ำ กินขนม กินข้าวได้ มีห้องน้ำด้วย แต่มีกฏระเบียบมากกว่า เช่น<strong> ห้ามใช้โทรศัพท์ ห้ามฟังเพลงดัง ห้ามแต่งหน้า</strong> กระเป๋าเป้ให้หอบไว้ข้างหน้า และที่นั่งค่อนข้างจะเบียดนิดนึง ส่วนค่าโดยสาย ญี่ปุ่นแพงกว่า แต่ไปได้ไกลว่า นั่งกันที ชั่วโมงกว่าก็มี รถไฟญี่ปุ่นไปแทบจะทุกที่ เรียกได้ว่าแทบจะผ่านหน้าบ้านเลยก็ว่าได้ อ้อ รถไฟญี่ปุ่นมีตั๋ว pasmo / suica สะดวกสบายมากจ้ะ และเครื่องแลกตั๋วเขา ทอนเป็นแบงค์ได้ด้วยนะ</p>
<h2>บันไดเลื่อน</h2>
<p>ว่าจะไม่พูดถึง แต่ก็สักหน่อย บ้านเรานั้น ไม่เรื่องมาก ไม่เอาอะไรมากกับบันไดเลื่อน ยืนแป๊บเดียวก็ถึงจุดหมายแล้ว</p>
<p>แต่ญี่ปุ่นไม่ใช่แบบนั้น ในโตเกียว คุณใจเย็น ก็ชิดซ้ายนะ ให้คนรีบเขาเดินทางขวา หากไปยืนกันขวางทางเขา จะถูกคนข้างหลังสะกิดเอาได้จ้ะ</p>
<h2>Culture Shock</h2>
<p>ในบ้านเรา ในบ้านเขา ก็มีอะไรที่แตกต่างกันพอสมควร เหมือนกันก็มาก คนบ้านเราเวลาไปญี่ปุ่น มักจะทำอะไรเอ๋อๆบ่อย เรื่องมารยาทน่ะ บางทีก็ต้องศึกษาไว้ล่วงหน้า และเปิดใจปฏิบัติตามกฏสังคม คนญี่ปุ่นเอง มาเมืองไทย ก็เอ๋อไม่แพ้กัน อาทิเช่น บันไดเลื่อน สุวรรณภูมิเนี่ยชัดเจนมาก เขาจะมีทางเลื่อน คนญี่ปุ่นก็จะชิดซ้ายนะ แล้วเปิดทางขวาให้คนรีบไปก่อน แต่พี่ไทยเรา ก็ยืนออกันเต็ม แต่พี่ยุ่นเขาก็เอ๋อไปเลย และหงุดหงิด เพราะคิดว่าวัฒนธรรมนี้คงจะมีทั่วโลก ขอโทษด้วย ในไทยไม่มีวัฒนธรรมอันนี้นะเธอว์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/thai_japan_diff1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพลงที่(คนอื่น)รับไม่ได้ *0*</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/perfume_no_uta/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/perfume_no_uta/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Jul 2010 20:23:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[JPOP]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=907</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เอาเพลงพี่ยุ่นมาให้ฟังล่ะ เนื้อหาของเพลงไม่ได้มีอะไรมาก แต่วิธีการนำเสนอน่ะแปลกดี วงนี้ชื่อ Perfume ครับมี 3 สาว เสียง และทำนองเป็นแบบนี้หมดเลย *0* หลายคนยี้แหละ ผมเคยเจอคนประเทศอื่น คุยกับคนญี่ปุ่น เขาบอกว่า เขาไม่ชอบเพลงเกาหลี เพราะมีแต่เสียง sound สังเคราะห์ ไม่มีเครื่องดนตรีจริงเลย *0* เสียงร้องก็ยังสังเคราะห์ขึ้นมา ขายหน้าตา มาเต้นๆอย่างเดียว มันไม่ใช่ศิลปะ ก็ว่ากันไปนู่น (ลองสังเกตดู เธอ 3 คนนี้ก็ลิปซิ้งเอาอ่ะนะครับ มาเต้นให้ดูเฉยๆ เพื่อความบันเทิง โอ้ เต้นเก่งจังเธอว์) ผมเคยคิดว่า ของในโลกมีดีที่สุดอยู่ อ่ะโฮ่ะๆ ใช่ครับ ดีที่สุดมีอยู่ แต่ถูกใจเราหรือเปล่า ก็อีกเรื่องนึง ดังนั้นโลกจึงมีความหลากหลาย ของบางอย่างถูกใจเรา แต่ไม่ถูกใจคนอื่น และของหลายอย่าง ถูกใจคนอื่น แต่ไม่ถูกใจเรา *0* เพลงทำนองนี้ ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบฟัง แต่บางอารมณ์ ฟังแล้วก็เพราะดี เหมาะกับกิจกรรมบางอย่างได้เหมือนกันนะ *0* สุดท้ายก็นี่แหละ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้เอาเพลงพี่ยุ่นมาให้ฟังล่ะ เนื้อหาของเพลงไม่ได้มีอะไรมาก แต่วิธีการนำเสนอน่ะแปลกดี</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0">
<param name="allowFullScreen" value="true" />
<param name="allowscriptaccess" value="always" />
<param name="src" value="http://www.youtube.com/v/iFgWOlNh6Mo&amp;hl=en_GB&amp;fs=1" />
<param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="385" src="http://www.youtube.com/v/iFgWOlNh6Mo&amp;hl=en_GB&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p><span id="more-907"></span>วงนี้ชื่อ Perfume ครับมี 3 สาว เสียง และทำนองเป็นแบบนี้หมดเลย *0* หลายคนยี้แหละ ผมเคยเจอคนประเทศอื่น คุยกับคนญี่ปุ่น เขาบอกว่า เขาไม่ชอบเพลงเกาหลี เพราะมีแต่เสียง sound สังเคราะห์ ไม่มีเครื่องดนตรีจริงเลย *0* เสียงร้องก็ยังสังเคราะห์ขึ้นมา ขายหน้าตา มาเต้นๆอย่างเดียว มันไม่ใช่ศิลปะ ก็ว่ากันไปนู่น (ลองสังเกตดู เธอ 3 คนนี้ก็ลิปซิ้งเอาอ่ะนะครับ มาเต้นให้ดูเฉยๆ เพื่อความบันเทิง โอ้ เต้นเก่งจังเธอว์)</p>
<p>ผมเคยคิดว่า ของในโลกมีดีที่สุดอยู่ อ่ะโฮ่ะๆ ใช่ครับ ดีที่สุดมีอยู่ แต่ถูกใจเราหรือเปล่า ก็อีกเรื่องนึง ดังนั้นโลกจึงมีความหลากหลาย ของบางอย่างถูกใจเรา แต่ไม่ถูกใจคนอื่น และของหลายอย่าง ถูกใจคนอื่น แต่ไม่ถูกใจเรา *0*</p>
<p>เพลงทำนองนี้ ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบฟัง แต่บางอารมณ์ ฟังแล้วก็เพราะดี เหมาะกับกิจกรรมบางอย่างได้เหมือนกันนะ *0* สุดท้ายก็นี่แหละ ขึ้นกับกาละเทศะ เพลงบางเพลง ต้องฟังคนเดียว แต่ถ้ากับคนหมู่มาก ก็ต้องเพลงที่ทุกคนฟังได้เป็นต้น</p>
<p>หากจะอยู่อย่างมีความสุขก็คือ เฉยๆกับเพลงที่เราไม่ได้ชอบ เพราะคนอื่นอาจจะชอบ และ ไม่หาเรื่องใส่ตัว ด้วยการสร้างอคติโดยไม่จำเป็น เหอๆ จบจ้า</p>
<p>แถมให้อีก บางคนชอบนักร้องที่ เสียงดี เก่ง ร้องสดก็เทพได้อีก ผมแถม nakashima ให้ดูละกัน เมพขิงๆ จริงๆ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="640" height="385" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0">
<param name="allowFullScreen" value="true" />
<param name="allowscriptaccess" value="always" />
<param name="src" value="http://www.youtube.com/v/BIKalXNJkvM&amp;hl=en_GB&amp;fs=1" />
<param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="640" height="385" src="http://www.youtube.com/v/BIKalXNJkvM&amp;hl=en_GB&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>จะเกิดอะไรขึ้น หากเราชอบคนสุดท้าย แต่เกลียดคนแรก *0* แต่จะดีกว่า ถ้าชอบทุกคนอ่ะนะครับ มันสบายใจกว่า</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/perfume_no_uta/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มีอะไรใหม่ในข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นปีนี้</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/jlpt_newtest/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/jlpt_newtest/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2010 00:17:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=885</guid>
		<description><![CDATA[ปีนี้เป็นปีพิเศษคือ การออกข้อสอบวัดระดับ จะเปลี่ยนแนวให้ชัดเจนกว่าเดิม กล่าวคือ มี 5 ระดับเลยทีเดียว *0* และจัดสอบปีละ 2 ครั้ง *0* แถมเปลี่ยนชื่อเรียกอีกด้วย จากเดิม ระดับ 1 (อิกคิว) (ยากสุด) ระดับ 2 (นิคิว) (ยาก) ระดับ 3 (ซังคิว) (ง่าย) ระดับ 4 (ย่งคิว) (ง่ายมาก) มาเป็นแบบนี้ N1 (ยากแสส) N2 (ยากจิ๊หาย) N3 (ง่าย) N4 (ง่ายมาก) N5 (ฮ่วย ง่ายจังฮู้) ซึ่ง N3 N4 N5 จะจัดสอบแค่กลางปีเท่านั้น *0* ส่วน N1,N2 จะจัดสอบปีละสองครั้งกันเลยทีเดียว แนวข้อสอบก็เปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งโครงหลัก วิธีการออกสอบ และอื่นๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปีนี้เป็นปีพิเศษคือ การออกข้อสอบวัดระดับ จะเปลี่ยนแนวให้ชัดเจนกว่าเดิม กล่าวคือ มี 5 ระดับเลยทีเดียว *0* และจัดสอบปีละ 2 ครั้ง *0* แถมเปลี่ยนชื่อเรียกอีกด้วย</p>
<p><strong>จากเดิม</strong></p>
<ul>
<li>ระดับ 1 (อิกคิว) (ยากสุด)</li>
<li>ระดับ 2 (นิคิว) (ยาก)</li>
<li>ระดับ 3 (ซังคิว) (ง่าย)</li>
<li>ระดับ 4 (ย่งคิว) (ง่ายมาก)</li>
</ul>
<p><strong>มาเป็นแบบนี้</strong></p>
<ul>
<li>N1 (ยากแสส)</li>
<li>N2 (ยากจิ๊หาย)</li>
<li>N3 (ง่าย)</li>
<li>N4 (ง่ายมาก)</li>
<li>N5 (ฮ่วย ง่ายจังฮู้)</li>
</ul>
<p><span id="more-885"></span>ซึ่ง N3 N4 N5 จะจัดสอบแค่กลางปีเท่านั้น *0* ส่วน N1,N2 จะจัดสอบปีละสองครั้งกันเลยทีเดียว</p>
<p>แนวข้อสอบก็เปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งโครงหลัก วิธีการออกสอบ และอื่นๆ เช่น</p>
<p><strong>เดิม</strong>มี สอบคำศัพท์ สอบฟัง สอบไวยกรณ์ สอบอ่านเนื้อเรื่อง<strong><br />
ของใหม่</strong>จะ ผนวกคำศัพท์และเนื้อเรื่องไว้ด้วยกัน และมีฟัง กับ ไวยกรณ์เหมือนเดิม</p>
<p>สอบฟัง <strong>เดิม </strong>จะพูดว่า ชายกะหญิงคุยกัน แล้วถามว่าฟังซิว่า เขาจะไปไหนกันต่อ หึหึ<br />
สองฟัง <strong>ใหม่ </strong>จะไม่บอกอะไรเลย ให้ฟัง แล้วถามไป 3 &#8211; 4 ข้อ เช่น ฟังแล้วไหนบอกซิว่า ผู้ชายอายุเท่าไร ผู้หญิงเป็นใคร เขาจะไปไหนกัน อิ จำเป็นต้องช๊อตโน๊ต ไม่งั้นจะลืมได้ ฟังดูแล้ว ก็ยังพอจะเดาได้อยู่ เพียงแต่ถ้าเข้าใจผิด ก็อาจจะผิด 3 ข้อรวดได้ แต่ถ้าเป็นนักเดา ก็ไม่ต้องแคร์อะไร</p>
<p>ข้อสอบอ่าน <strong>เดิม </strong>อ่านแล้วตอบคำถามเนื้อเรื่อง เช่น ประโยคนั้นเขาหมายถึงอะไร<br />
ข้อสอบอ่าน <strong>ใหม่ </strong>ก็คล้ายๆของเดิมแหละ เพียงแต่ มีช่องว่าง แล้วถามว่าในช่องว่างนั้นน่ะ ควรใส่อะไร แต่มันถามทีเดียว ใช้ตอบ 4 ข้อเลย ให้เรียง เช่น</p>
<p>มานี _10_ มีตา ในนา _11_ มีรู _12_ ปูลงรูงู _13_ มีอา</p>
<p>ข้อ 10 &#8211; 13 ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ ตอบนะเธอว์</p>
<p>1. มีนา<br />
2. ในนา<br />
3. รูปู<br />
4. มีปู</p>
<p>เรียกได้ว่า ถ้าเดาก็รู้เลยว่าเดา ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าเขาจะคิดคำตอบแบบไหน หากใครสักคนเดาด้วยการตอบ 4 ตลอดเป็นต้น ต้องแม่นจริงๆถึงจะตอบถูก</p>
<p>ข้อสอบไวยกรณ์ก็คล้ายๆกัน กล่าวคือ มีประโยคมาให้ แล้วก็ให้เรียงอีกเหมือนกัน โดยแทบจะหมดสิทธิ์เดา เหอๆ สงสัยขี้เกียจออกข้อสอบล่ะมัง เช่น</p>
<p>หมู่นี้ &#8230;. &#8230;. &#8230;. &#8230;.  นะเธอว์<br />
จงใช้ตอบข้อ 14 &#8211; 17 โดยเรียงตามลำดับ</p>
<p>1. พีเอ็ม<br />
2. ได้ยินว่า<br />
3. สบาย<br />
4. ไม่ค่อย</p>
<p>ซึ่งครูบอกว่า ปีแรกน่าจะง่ายไว้ก่อน แต่ถ้ายากขึ้นมาก็แย่ไป และแน่นอน ข้อสอบระดับ 2 ก็มักจะเอาศัพท์ระดับ 1 มาออกซะบ่อยๆ เป็นประจำ (อ้าว) พวกเธอก็วิงวอน คามิซะมะละกันนะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/jlpt_newtest/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลุยฝนไปเรียน</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/mind_rain/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/mind_rain/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2010 02:36:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=883</guid>
		<description><![CDATA[พี่โตต้องไปเรียนทุกวันตอนเช้า ต้องตื่นอย่างช้า 7.30 แล้วทำทุกอย่างให้เสร็จ เพื่อไปถึงรถไฟ 8.00 เดินทาง 50 นาทีก็ถึงโรงเรียนพอดี แต่ด้วยนิสัยโอ้เอ้ ก็ต้องเผื่อเวลาสัก 1 ชั่วโมง ก็คือ ต้องตื่น 6.45 โอ้เอ้ๆ อาบน้ำ กินข้าว ขึ้ แล้วออกจากบ้าน 7.45 ไปถึงสถานีรถไฟ 8.00 สบายๆ (ปั่นจักรยานเทพไป) พี่โตได้เช่าที่จอดจักรยานไว้ตรงเอกิ (สถานีรถไฟ) ที่ญี่ปุ่นต้องเช่ากันนะครับ ไม่ใช่ว่าอยากจอดก็จอด มันไม่เรียบร้อย ตกเดือนละ 900 เยน ชั้น 3 เลข 194 จริงๆบ้านก็ไม่ไกลมาก เดินเอาก็ 10 นาทีเป๊ะ แต่ว่า เนินมันเยอะ ปั่นจักรยานสนุกกว่า เหนื่อยแค่ตอนขึ้นเนิน แต่สบายกว่าเดินอยู่ดี มีวันหนึ่งฝนตก ก็ต้องออกจากบ้านไปเรียน วันนี้ตั้งใจจะไปเรียนให้ได้ เพราะหยุดมาแล้ว ไม่อยากหยุดซ้อนติดกัน มันแปลก เขาจะหาว่ามีปัญหาทางบ้าน ก็เลยปั่นๆๆๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พี่โตต้องไปเรียนทุกวันตอนเช้า ต้องตื่นอย่างช้า 7.30 แล้วทำทุกอย่างให้เสร็จ เพื่อไปถึงรถไฟ 8.00 เดินทาง 50 นาทีก็ถึงโรงเรียนพอดี แต่ด้วยนิสัยโอ้เอ้ ก็ต้องเผื่อเวลาสัก 1 ชั่วโมง ก็คือ ต้องตื่น 6.45 โอ้เอ้ๆ อาบน้ำ กินข้าว ขึ้ แล้วออกจากบ้าน 7.45 ไปถึงสถานีรถไฟ 8.00 สบายๆ (ปั่นจักรยานเทพไป)</p>
<p>พี่โตได้เช่าที่จอดจักรยานไว้ตรงเอกิ (สถานีรถไฟ) ที่ญี่ปุ่นต้องเช่ากันนะครับ ไม่ใช่ว่าอยากจอดก็จอด มันไม่เรียบร้อย ตกเดือนละ 900 เยน ชั้น 3 เลข 194 จริงๆบ้านก็ไม่ไกลมาก เดินเอาก็ 10 นาทีเป๊ะ แต่ว่า เนินมันเยอะ ปั่นจักรยานสนุกกว่า เหนื่อยแค่ตอนขึ้นเนิน แต่สบายกว่าเดินอยู่ดี</p>
<p>มีวันหนึ่งฝนตก ก็ต้องออกจากบ้านไปเรียน วันนี้ตั้งใจจะไปเรียนให้ได้ เพราะหยุดมาแล้ว ไม่อยากหยุดซ้อนติดกัน มันแปลก เขาจะหาว่ามีปัญหาทางบ้าน ก็เลยปั่นๆๆๆ ออกไป ซึ่งปกติแล้ว พี่โตจะใส่ชุดกันฝน เนื่องจากกฏหมายญี่ปุ่น ไม่ให้ถือร่มปั่นจักรยาน (และไม่ให้คุยโทรศัพท์ปั่นจักรยานอีกด้วย) ซึ่งฝนตามปกติ จะเปียกขานิดหน่อย เพราะเสื้อกันฝนมันกันในท่ายืนเท่านั้น แต่วันนั้น ดันเป็นฝนห่า..ใหญ่ ออกจากบ้านไม่ถึงร้อยเมตร ขากางเกงเปียกเห็นเนื้อเลย</p>
<p>เราก็เอาไงดีหว่า จะกลับหรือลุยต่อดี ก็ตัดสินใจลุยต่อไป แต่เปียกขนาดนี้ ยังกะเอาน้ำถังใหญ่มากราดเลยนะอ่ะ ในที่สุดก็ถึงสถานีรถไฟ (ใจเป็นธาตุสำเร็จ คิดว่าไปก็ไปได้) ก็เลยได้เรียนรู้เรื่องแปลกอีก</p>
<p>คือว่า ลองนึกภาพตาม ขากางเกงมันเปียกตรงขาอ่อนน่ะ แข้งไม่เปียก แต่พอเรายืน น้ำมันก็ไหลลงไปที่ปลายขากางเกงแทน ส่วนน่องมันก็กลายเป็นหมาดๆไป</p>
<p>โชคดีที่อากาศมันร้อน พอถึงตอนเที่ยง กางเกงก็แห้งพอดี เหอๆ แต่วันนั้นเป็นวันที่ดีจริงๆ คุ้มกับการลงทุนไปเรียน เพราะเพื่อนเขาจะย้ายบ้าน จึงบริจาคเครื่องเสียง Mini compo มาให้ 1 ชุด และทีวี 21 นิ้วอีก 1 ตัว โอ้โน่ ของยังดีอยู่เลย เท่านั้นไม่พอ ยังได้ไปซ่อมจานดาวเทียมที่เสียอีก ได้งานอีกเหมือนกัน แล้วเขาก็ให้เงินมาด้วย ซึ่งปฏิเสธไปถึงสามครั้ง ก็ยังยัดเยียดให้ *0* เราจึงขอบคุณ ขากลับก็ไปแวะปาร์คทางด่วน ซื้อของกิน มันยังไม่มืด มองเห็นฟูจิซังอีก วันนี้มันดีจัง ทุกอย่างที่กล่าวมา เสร็จในวันเดียว โดยผมเรียนเสร็จก็กลับมาเอารถ แล้วออกไปรับของ ซ่อมจาน น่ะเอง</p>
<p>แต่วันดีแบบนี้คงไม่เกิด ถ้าเราท้อแท้ต่อเม็ดฝนน่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/mind_rain/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไปฮาโกเนะมาล่ะ</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/hakone_itta/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/hakone_itta/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Jun 2010 05:11:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=871</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีทุกท่าน ผมไม่ค่อยได้มาเขียนสักเท่าไร เพราะขี้เกียจ ช่วงนี้คันตา ตาบวมๆ ไม่รู้แพ้อะไร อากาศเริ่มร้อน สิ่งรบกวนมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กลิ่นตัว ตัวเอง กลิ่นเต่า คนอื่น อากาศร้อน แมลง ต่างๆ เหงื่อ ฝุ่น ผง ธุลีต่างๆ สิ่งแวดล้อมพวกนี้ คอยกระตุ้นใจ ให้ความอดทนมันลดน้อยลง แต่ข้อดีของมันก็มีอยู่คือ สามารถซักล้าง ได้ง่ายขึ้น มันแห้งไวน่ะ เวลากลางวัน มากกว่ากลางคืน ดังนั้นจึงเหมาะแก่การละลายไขมัน และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ กลางแจ้งให้มากขึ้น ผมไปฮาโกเน่มา ใช้ตัว Free Pass ซึ่งเขาเรียกว่า Toku (得) มันก็คือตั๋วรถไฟ ที่กำหนด พื้นที่ แล้วขึ้นลงกี่รอบก็ได้ *0* แถมยังควบบริการอื่นๆ เช่น รถกระเช้า, รถเคเบิ้ล, เรือ *0* และอื่นๆอีกเพียบ สนใจไหมล่ะ *0* ผมพาพระอาจารย์ไปน่ะ ไปชมวัด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีทุกท่าน ผมไม่ค่อยได้มาเขียนสักเท่าไร เพราะขี้เกียจ ช่วงนี้คันตา ตาบวมๆ ไม่รู้แพ้อะไร อากาศเริ่มร้อน สิ่งรบกวนมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น</p>
<ul>
<li>กลิ่นตัว ตัวเอง</li>
<li>กลิ่นเต่า คนอื่น</li>
<li>อากาศร้อน</li>
<li>แมลง ต่างๆ</li>
<li>เหงื่อ</li>
<li>ฝุ่น ผง ธุลีต่างๆ</li>
</ul>
<p>สิ่งแวดล้อมพวกนี้ คอยกระตุ้นใจ ให้ความอดทนมันลดน้อยลง แต่ข้อดีของมันก็มีอยู่คือ</p>
<ul>
<li>สามารถซักล้าง ได้ง่ายขึ้น มันแห้งไวน่ะ</li>
<li>เวลากลางวัน มากกว่ากลางคืน</li>
<li>ดังนั้นจึงเหมาะแก่การละลายไขมัน และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ กลางแจ้งให้มากขึ้น</li>
</ul>
<p>ผมไปฮาโกเน่มา ใช้ตัว Free Pass ซึ่งเขาเรียกว่า Toku (得) มันก็คือตั๋วรถไฟ ที่กำหนด พื้นที่ แล้วขึ้นลงกี่รอบก็ได้ *0* แถมยังควบบริการอื่นๆ เช่น รถกระเช้า, รถเคเบิ้ล, เรือ *0* และอื่นๆอีกเพียบ สนใจไหมล่ะ *0*</p>
<p>ผมพาพระอาจารย์ไปน่ะ ไปชมวัด ชมธรรมชาติ เรื่องการท่องเที่ยว ผมได้ข้อคิดมาอย่างนึง คือ</p>
<ul>
<li>แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน บางคนชอบตึก แต่บางคนชอบต้นไม้ ภูเขา ทะเล พระอาจารย์ที่ผมพาไป ท่านชอบต้นไม้มาก ของบางอย่าง ถูกใจเรา แต่ไม่ถูกใจอีกคน ดังนั้นแล้ว เราต้องศึกษา เปิดใจรับให้ดีครับ</li>
<li>ส่วนผมน่ะเหรอ ชอบสาวสิครับ *0* ซึ่งเจอสาวไทยด้วย โอ้ โน่</li>
</ul>
<p>การเดินทาง เราเจอสิ่งที่ผิดคาดพอสมควร เช่น</p>
<ul>
<li>ขาไปรถไฟแน่นมาก เรายืนอยู่นานเหมือนกัน ถ้าให้ดี เราควรจะนั่ง Romance Car เพิ่มจากเดิม 875 เยนเอง</li>
<li>รถไฟสาย Tozan มันใกล้ภูเขาเกินไป ทิวทัศน์ทำให้เวียนหัวอ้วกแตกได้ (ผมเจออ้วกในห้องน้ำด้วย)</li>
<li>รถไฟเคเบิ้ล ก็รอคิวน๊านนาน กว่าจะวิ่ง รอนานมาก</li>
<li>แต่รถกระเช้ารอไม่นานจ้ะ แหล่มจริงๆ</li>
<li>เรือรอคิว 30 นาทีต่อลำ</li>
</ul>
<p>ขาขึ้นฮาโกเน่ เราควรจะนั่งรถบัส เพราะได้กินบรรยากาศ และเอาขนมไปด้วย จะแหล่มนะฮะ ส่วนขาลง นั่งรถกระเช้าก็โอเคอยู่ จริงๆเอกสารการเดินทาง ศึกษาไปให้ดีจะมีประโยชน์มาก ช่วงนี้ขี้เกียจเขียน ไม่ค่อยมี Passion นัก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/hakone_itta/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การแลกเงินในญี่ปุ่น</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/japan_currency_exchange/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/japan_currency_exchange/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 29 May 2010 16:23:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=851</guid>
		<description><![CDATA[หากใครเคยมาญี่ปุ่น หรือคิดจะมาก็เถอะ ควรอ่านและศึกษาไว้ เรื่องการแลกเงิน เพราะหากกำเงินไทย มาแลกที่ญี่ปุ่น จะถูกกดราคามากๆ จึงขอเขียนสักหน่อยเพื่อเป็นความรู้ให้พี่น้องชาวไทย SELL / BUY คืออะไร อัตราแลกเงิน มีซื้อกับขาย แล้วซื้ออะไร ขายอะไร นั่นแน่ สงสัยใช่ไหม ผมจึงขอเขียนให้เข้าใจง่ายๆ เราอยู่ที่ไหน - อยู่ญี่ปุ่นจ้า ถ้าอยู่ญี่ปุ่น ซื้อหมายถึง ซื้อเงินญี่ปุ่น, และขายก็หมายถึง ขายเงินญี่ปุ่น สรุปว่า อยู่ประเทศไหน ก็ ซื้อเงินประเทศนั้น และขายเงินประเทศนั้น ข้อควรระวัง การแลกเงินเขาไม่รับแลกเหรียญ อย่างน้อยคือแลกด้วยแบงค์พันจ้ะ สูตรการคำนวณ ตามตาราง เรามีเงินไทย เราอยู่ญี่ปุ่น เราต้องเอาเงินไทย ไปซื้อเงินญี่ปุ่น อัตราส่วนคือ 1 บาทได้ 2.34 เยน ถ้าแลก 20,000 บาท ก็จะได้เงินประมาณ 20,000 ×　2.34　＝　46,800　เยน เท่านั้นเอง ในทางกลับกัน หากเอาเงิน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หากใครเคยมาญี่ปุ่น หรือคิดจะมาก็เถอะ ควรอ่านและศึกษาไว้ เรื่องการแลกเงิน เพราะหาก<strong>กำเงินไทย มาแลกที่ญี่ปุ่น</strong> จะถูกกดราคามากๆ จึงขอเขียนสักหน่อยเพื่อเป็นความรู้ให้พี่น้องชาวไทย</p>
<h2><a href="http://www.lordbsd.net/wp-content/uploads/2010/05/thaibath.jpg"><img class="size-full wp-image-852 alignright" title="thaibath" src="http://www.lordbsd.net/wp-content/uploads/2010/05/thaibath.jpg" alt="" width="310" height="456" /></a>SELL / BUY คืออะไร</h2>
<p>อัตราแลกเงิน มีซื้อกับขาย แล้วซื้ออะไร ขายอะไร นั่นแน่ สงสัยใช่ไหม ผมจึงขอเขียนให้เข้าใจง่ายๆ</p>
<ul>
<li>เราอยู่ที่ไหน<br />
- อยู่ญี่ปุ่นจ้า</li>
<li>ถ้าอยู่ญี่ปุ่น ซื้อหมายถึง ซื้อเงินญี่ปุ่น, และขายก็หมายถึง ขายเงินญี่ปุ่น</li>
</ul>
<p>สรุปว่า อยู่ประเทศไหน ก็ ซื้อเงินประเทศนั้น และขายเงินประเทศนั้น</p>
<p>ข้อควรระวัง การแลกเงินเขาไม่รับแลกเหรียญ อย่างน้อยคือแลกด้วยแบงค์พันจ้ะ</p>
<h2>สูตรการคำนวณ</h2>
<p>ตามตาราง เรามีเงินไทย เราอยู่ญี่ปุ่น <strong>เราต้องเอาเงินไทย ไปซื้อเงินญี่ปุ่น</strong> อัตราส่วนคือ 1 บาทได้ 2.34 เยน</p>
<p>ถ้าแลก 20,000 บาท ก็จะได้เงินประมาณ 20,000 ×　2.34　＝　46,800　เยน เท่านั้นเอง</p>
<p>ในทางกลับกัน หากเอาเงิน 46,800 เยน ไปแลกเงินไทย จะคิดอัตรา 3.28 เยน ต่อ 1 บาท</p>
<p>46,800 เยน แลกเงินไทยได้ 14,268　บาท เท่านั้นเอง ขาดทุน ห้าพันบาทเลยจ้ะเธอว์ (แต่ถ้าแลกจริงๆ จะได้ 14,000 บาท แล้วคืนเรามา 880 เยน เพราะเขาให้แลกแต่แบงค์พัน</p>
<h2>จำเป็นจริงๆ อยากแลกเงินในญี่ปุ่น มีที่ไหนบ้าง</h2>
<p>ตามเว็บนี้ครับ <a href="http://www.tokyo-card.co.jp/shop/wcs-shop-e.html">http://www.tokyo-card.co.jp/shop/wcs-shop-e.html</a></p>
<p>ตามนั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/japan_currency_exchange/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลังแพ้สงคราม ชาวญี่ปุ่นเขาก็ยี้ทหารนะ</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/yee_taharn/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/yee_taharn/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 18 May 2010 09:27:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=829</guid>
		<description><![CDATA[หากใครเคยมาญี่ปุ่น อาจจะสงสัยว่าเครื่องแบบทหารเขาเป็นยังไง ทำไมเราไม่เคยเห็นเลย จริงๆนะ ไม่เคยเห็น นั่นก็เพราะทหารเขาจะไม่แต่งออกมาเดินถนน มันผิดระเบียบ และประชาชนก็ยี้ทหารด้วย กล่าวคือ หลังระเบิดนิวเคลียร์ เขาก็ตาสว่างกันหมดว่า ประเทศเรา แส่หาเรื่องจริงๆ ไปรบกับเขาทั้งที่ไม่พร้อม หลงตัวเองมากๆ จากนั้นการใช้กำลังทหารในประเทศญี่ปุ่น จึงถูกจำกัด โดยระบบรัฐสภาเท่านั้น ถึงจะให้กองกำลังป้องกันตัวเอง ออกงานได้ มาถึงประเทศเรา การใช้กำลังทหาร โดยไม่ผ่านรัฐสภาแบบนี้ มันก็ชัดเจนแล้วว่า อำนาจมันอยู่ในมือคนใดคนหนึ่งจริงๆน่ะครับ มันไม่ได้อยู่ในมือของตัวแทนประชาชนเลย คนไทยควรจะตระหนักเรื่องนี้ให้สำคัญ ไม่ต้องคำนึงว่าสีไหนหรอกครับ ผู้นำมันเปลี่ยนได้เสมอ คนเรามันอยู่ไม่เกินร้อยปี แต่ระบบเนี่ยสำคัญครับ หากรุ่นเราวางระบบไว้ดี รุ่นหลานก็จะไม่ลำบาก การเปลี่ยนแปลงมันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่ก็ควรจะดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆน่ะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หากใครเคยมาญี่ปุ่น อาจจะสงสัยว่าเครื่องแบบทหารเขาเป็นยังไง ทำไมเราไม่เคยเห็นเลย จริงๆนะ ไม่เคยเห็น</p>
<p>นั่นก็เพราะทหารเขาจะไม่แต่งออกมาเดินถนน มันผิดระเบียบ และประชาชนก็ยี้ทหารด้วย กล่าวคือ หลังระเบิดนิวเคลียร์ เขาก็ตาสว่างกันหมดว่า ประเทศเรา แส่หาเรื่องจริงๆ ไปรบกับเขาทั้งที่ไม่พร้อม หลงตัวเองมากๆ</p>
<p>จากนั้นการใช้กำลังทหารในประเทศญี่ปุ่น จึงถูกจำกัด โดยระบบรัฐสภาเท่านั้น ถึงจะให้กองกำลังป้องกันตัวเอง ออกงานได้</p>
<p>มาถึงประเทศเรา การใช้กำลังทหาร โดยไม่ผ่านรัฐสภาแบบนี้ มันก็ชัดเจนแล้วว่า อำนาจมันอยู่ในมือคนใดคนหนึ่งจริงๆน่ะครับ มันไม่ได้อยู่ในมือของตัวแทนประชาชนเลย</p>
<p>คนไทยควรจะตระหนักเรื่องนี้ให้สำคัญ ไม่ต้องคำนึงว่าสีไหนหรอกครับ ผู้นำมันเปลี่ยนได้เสมอ คนเรามันอยู่ไม่เกินร้อยปี แต่ระบบเนี่ยสำคัญครับ หากรุ่นเราวางระบบไว้ดี รุ่นหลานก็จะไม่ลำบาก การเปลี่ยนแปลงมันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่ก็ควรจะดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆน่ะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/yee_taharn/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของบุงโป</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/bunpo_oboenai/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/bunpo_oboenai/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 May 2010 18:11:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=800</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ไปเรียนภาษาญี่ปุ่น เขาให้สอบซ่อม ซึ่งเรายินดีมาก หากสอบไม่ผ่านแล้วจะให้เราถอยหลัง (พร้อมเสมอ) คนอื่นเขาอยากเรียนให้จบไวๆ แต่พี่โตคิดว่า เรียนให้รู้เรื่องดีกว่า อย่างเช่น　คำสุภาพ เชื่อไหมว่าหากใช้เป็น ใช่เก่ง ก็หากินได้แล้ว ภาษาเพื่อนไว้คุยกับเพื่อน แต่ภาษาสุภาพ ไว้คุยกับลูกค้าจ้ะ ซึ่งโรงเรียนก็มองว่า ของพวกนี้มันไม่ค่อยจะออกสอบนะเธอว์ มันง่าย แต่ชีวิตจริง การใช้จริงๆ ก็เห็นพูดสุภาพกันอ่ะนะ เป็นต้น ทีนี้จะกล่าวถึงบุงโป เพราะวิธีการจำบุงโป มันซับซ้อนกว่าจำคันจิ การจำคันจิ การจำคันจิ ความลึกซึ้งแบ่งเป็นชั้นๆ แบบนี้ คุ้นๆ พอจะอ่านได้ อ่านได้และแปลได้ อ่านได้ แปลได้ เขียนได้ ใช้คันจิตัวนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติเลย การจำบุงโป การจำบุงโป ก็คล้ายกัน แต่ความลึกซึ้งก็เป็นแบบนี้ พอจะรู้ความหมาย แปลได้เป๊ะ พอจะแต่งประโยคได้ จำได้ว่าตัวนั้นใช้กับสถานการณ์ใดกันแน่ อารมณ์ไหน ใช้ไวยกรณ์นั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำไมต้องพูดถึงเรื่องนี้ ก็เพราะมันสำคัญในการท่องน่ะเอง *0* ท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง มันก็ได้แค่อ่านได้ หรือพอรู้ความหมาย แต่ถ้าอยากจะเสียเวลาน้อย และได้ผลมาก เราก็ต้องทำให้มันซึมลึกเข้าไปในสมองเรา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ไปเรียนภาษาญี่ปุ่น เขาให้สอบซ่อม ซึ่งเรายินดีมาก หากสอบไม่ผ่านแล้วจะให้เราถอยหลัง (พร้อมเสมอ) คนอื่นเขาอยากเรียนให้จบไวๆ แต่พี่โตคิดว่า เรียนให้รู้เรื่องดีกว่า อย่างเช่น　คำสุภาพ เชื่อไหมว่าหากใช้เป็น ใช่เก่ง ก็หากินได้แล้ว ภาษาเพื่อนไว้คุยกับเพื่อน แต่ภาษาสุภาพ ไว้คุยกับลูกค้าจ้ะ</p>
<p>ซึ่งโรงเรียนก็มองว่า ของพวกนี้มันไม่ค่อยจะออกสอบนะเธอว์ มันง่าย แต่ชีวิตจริง การใช้จริงๆ ก็เห็นพูดสุภาพกันอ่ะนะ เป็นต้น ทีนี้จะกล่าวถึงบุงโป เพราะวิธีการจำบุงโป มันซับซ้อนกว่าจำคันจิ</p>
<h2>การจำคันจิ</h2>
<p>การจำคันจิ ความลึกซึ้งแบ่งเป็นชั้นๆ แบบนี้</p>
<ul>
<li>คุ้นๆ</li>
<li>พอจะอ่านได้</li>
<li>อ่านได้และแปลได้</li>
<li>อ่านได้ แปลได้ เขียนได้</li>
<li>ใช้คันจิตัวนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติเลย</li>
</ul>
<h2><span id="more-800"></span>การจำบุงโป</h2>
<p>การจำบุงโป ก็คล้ายกัน แต่ความลึกซึ้งก็เป็นแบบนี้</p>
<ul>
<li>พอจะรู้ความหมาย</li>
<li>แปลได้เป๊ะ</li>
<li>พอจะแต่งประโยคได้</li>
<li>จำได้ว่าตัวนั้นใช้กับสถานการณ์ใดกันแน่ อารมณ์ไหน</li>
<li>ใช้ไวยกรณ์นั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ</li>
</ul>
<p>ทำไมต้องพูดถึงเรื่องนี้ ก็เพราะมันสำคัญในการท่องน่ะเอง *0* ท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง มันก็ได้แค่อ่านได้ หรือพอรู้ความหมาย แต่ถ้าอยากจะเสียเวลาน้อย และได้ผลมาก เราก็ต้องทำให้มันซึมลึกเข้าไปในสมองเรา ด้วยขั้นตอนการฝึกฝนนั่นเอง คือ</p>
<h2>การฝึกฝน</h2>
<ul>
<li>อ่าน คิด พิจารณา</li>
<li>ลอก ด้วยการเขียนในกระดาษ</li>
<li>ดัดแปลง ต่อเติมให้พิสดาร ใช้งานมันบ่อยๆน่ะ</li>
<li>ทำซ้ำไปซ้ำมา จนชำนาญ (ใช้จนชำนาญ)</li>
</ul>
<p>แต่ส่วนมาก ที่นิยมทำกับ ในเวลาอันสั้น คือ อ่านอย่างเดียว *0* พี่โตทดลองมาตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่ามันไม่ค่อยจะจำสักเท่าไรเลย จึงเขียนมาเพื่อบันทึกไว้จ้ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/bunpo_oboenai/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเขียน 作文 (เรียงความ) ในภาษาญี่ปุ่น</title>
		<link>http://www.lordbsd.net/post/sakubun/</link>
		<comments>http://www.lordbsd.net/post/sakubun/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 17:52:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>LordBSD</dc:creator>
				<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.lordbsd.net/?p=774</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งแต่เรียนมา ได้เขียน 作文 ไปสามครั้ง โอ้ ไม่ได้เก่งหรอก ก็เขียนไปงั้นๆ ไม่เครียดด้วย เพราะไม่มีอะไรจะเสีย โชว์โง่เยอะๆ ครูจะได้รู้และช่วยเราแก้ไข ถ้ามัวแต่แอ๊บฉลาด ครูก็นึกว่าเราเก่งแล้ว พอไปเจอปัญหาจริงๆเข้า ครูไม่ได้อยู่ข้างเรา ก็ตาย หงายเก๋งไปเลย ดังนั้นหากเราไม่รู้ ก็ต้องบอกว่าไม่รู้ ครูจะได้แนะนำถูก แบบนี้ดีที่สุดเลยน่ะ และไม่เครียดด้วย *0* การเขียน 作文 แบ่งเป็น 4 ส่วน สภาพปัจจุบัน ปัญหา การแก้ไข ผลสุดท้าย จำมาจากโรงเรียนอ่ะนะ แต่ผมก็ว่าจะลองเขียนตามนี้ดูด้วยภาษาไทยน่ะ เผื่อจะดีกว่า กฏของ さくぶん ใช้ภาษาเขียน ไม่ใช้ภาษาพูด ย่อหน้า 1 ตัวอักษรเท่านั้น ไว้รู้อีกจะมาเขียนเพิ่ม แต่ตอนนี้ต้องสังเกตหนังสือ new approch ให้ดีเพราะเป็นตัวอย่าง 作文 ที่ดีทั้งนั้นเลยจ้ะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งแต่เรียนมา ได้เขียน 作文 ไปสามครั้ง โอ้ ไม่ได้เก่งหรอก ก็เขียนไปงั้นๆ ไม่เครียดด้วย เพราะไม่มีอะไรจะเสีย โชว์โง่เยอะๆ ครูจะได้รู้และช่วยเราแก้ไข ถ้ามัวแต่แอ๊บฉลาด ครูก็นึกว่าเราเก่งแล้ว พอไปเจอปัญหาจริงๆเข้า ครูไม่ได้อยู่ข้างเรา ก็ตาย หงายเก๋งไปเลย ดังนั้นหากเราไม่รู้ ก็ต้องบอกว่าไม่รู้ ครูจะได้แนะนำถูก แบบนี้ดีที่สุดเลยน่ะ และไม่เครียดด้วย *0*</p>
<p>การเขียน 作文 แบ่งเป็น 4 ส่วน</p>
<ol>
<li>สภาพปัจจุบัน</li>
<li>ปัญหา</li>
<li>การแก้ไข</li>
<li>ผลสุดท้าย</li>
</ol>
<p>จำมาจากโรงเรียนอ่ะนะ แต่ผมก็ว่าจะลองเขียนตามนี้ดูด้วยภาษาไทยน่ะ เผื่อจะดีกว่า</p>
<p>กฏของ さくぶん</p>
<ul>
<li>ใช้ภาษาเขียน</li>
<li>ไม่ใช้ภาษาพูด</li>
<li>ย่อหน้า 1 ตัวอักษรเท่านั้น</li>
</ul>
<p>ไว้รู้อีกจะมาเขียนเพิ่ม แต่ตอนนี้ต้องสังเกตหนังสือ new approch ให้ดีเพราะเป็นตัวอย่าง 作文 ที่ดีทั้งนั้นเลยจ้ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.lordbsd.net/post/sakubun/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	<img style='margin:0;padding:0;border:0;' width='1px' height='1px' src="http://www.lordbsd.net/wp-content/plugins/mystat/mystat.php?act=time_load&id=169438&rnd=1549123739" /></channel>
</rss>
