คนเก่ง

พอดีได้เห็นหัวเอ็มจากน้องคนนึง เขาตั้งหัวเอ็มว่า

คนที่คิดว่าตัวเองเก่ง แล้วยอตัวเอง นี่หรือคนคนที่เก่ง…

ผมเห็นบ่อย จึงนำไปขบคิด คิดถึงตัวเองว่าเราเป็นแบบนั้นบ้างหรือไม่ ฮ่า เพราะเราก็ยอตัวเองเช่นกัน เราเรียกตัวเองว่าเทพ ฮ่า

ผมเป็นคนนึงที่เพิ่งมารู้ตัว ว่าตัวเองเก่ง ตอนไปวัดไอคิว ผมทำได้คะแนนสูง จนเขาทักกันว่าไปดูเฉลยมาหรือเปล่า ผมจึงเริ่มตระหนักว่า คนเรามันไม่เหมือนกันจริงๆ และผมค่อนข้างพิเศษกว่าใครในด้านปัญญา *0* จากนั้นจึงเริ่มสถาปนาตัวเองว่าเทพ ฮ่า โดยเอามาจากศัพท์ในเกมส์ออนไลน์

เอาล่ะ ในชีวิตผม ผมเจอกับคนเก่งไม่จริงด้วยเหมือนกัน ประเภทจำอวด และขี้อวดทั้งหลาย ผมคิดว่าเราสามารถแบ่งคนเก่งได้ 3 ระดับหยาบๆ คือ

  1. เก่งแต่ปาก *0*
    เราอาจเจอกันบ่อยๆ มีน้องคนนึงเล่าว่า เขาไปโม้ว่าเขาขับมอไซได้ พอถึงเวลาจำเป็น ก็มีคนให้เขาขับมอไซ เขาก็ต้องหัดเอาเดี๋ยวนั้นเลย ก็พอถูไถไปได้ เขาเล่าแบบภูมิใจมาก แต่นี่แหละเป็นสัญญาณของความ “เก่งแต่ปาก” ต่อไปนี้เอ็งพูดอะไร ข้าจะคูณด้วย 0
  2. เก่งไม่สุด
    บางคนทำอะไรได้นิดๆหน่อยๆ แต่พูดซะใหญ่โต เว่อร์ซะ ผมเคยเห็นในทีวี รายการเจาะใจ เอาเด็กอัจฉริยะมาออก เห็นแล้วหมั่นไส้เพราะเด็กคนนั้น ไม่มีความเคารพ ไม่มีวินัย ไม่มีความอดทน แค่จำอวดจากหนังสือมาโม้เพื่อนเท่านั้นเอง โอเคเขาเก่งจริง แต่เก่งไม่สุด ยังไม่ใช่นักปราชญ์ ยังสอนตัวเองไม่ได้ แค่จำอวด นักการเมืองมักมีตรงนี้เยอะ นักโปรโมทย์ตัวเอง เช่นหมอพรดริฟ เป็นต้น (ยังมีคนอื่นๆอีก พูดมาเดี๋ยวจะเป็นรายการแฉ)
  3. เก่งดี มีผลงาน
    จริงๆอาจจะแบ่งได้เยอะกว่านี้ แต่เอาแค่นี้ละกัน คนเก่งจริงๆ จะมีผลงานศิลปะออกมาให้เราได้ชื่นชมกัน
    ศิลปะมี 3 ทางนะ คือ ทางความคิด, คำพูด และการกระทำ
    ผมเองเป็นคนเก่ง ฮ่า เคยทำผลงานไว้บ้าง แต่ไม่เคยรวบรวมมาอวดใครสักที จะไปบอกใครเขาว่า “เฮ้ยนาย เราเทพนะเว้ย” คงไม่มีใครเชื่อ ผมจึงคิดมานานแล้ว ว่าจะรวบรวมผลงานศิลปะของผม เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันในความสามารถของผม และเพื่อเป็นประโยชน์แก่โลกด้วย จึงเป็น lordbsd.net ขึ้นมานี้เอง *0*

แล้วจะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นได้อย่างไร

ยาวล่ะ ต้องไปอ่านมงคลชีวิต http://www.dhamma.net/mongkol/index_mongkol.htm นะ แต่ถ้าเอาตามที่ผมเข้าใจ ก็คือเราต้องรู้จักตัวเองก่อน ว่าเราอยู่ระดับไหน ยอมรับความจริง ยอมรับความพ่ายแพ้ เสียบ้าง

มีน้องคนนึงเรียนภาษาญี่ปุ่นมาเกือบปี แต่ยังพูดไม่ได้เลย ความรู้แค่ระดับต้น แต่เธอไม่ยอมรับว่าเรียนไม่ทัน กลับดันทุรังต่อไป ปัญหาเก่าไม่แก้ ปัญหาใหม่ก็ทับถมขึ้นมาเรื่อยๆ จนในที่สุด…เธอก็จบการศึกษาตามเวลา แต่ความรู้ไม่มีเลย

หากเรายอมรับตัวเอง ว่าที่เรียนมา ปีนึงเนี่ย ขายนาส่งควายเรียนแท้ๆ ก็กลับมาเรียนย้อนใหม่เสีย เอาพื้นฐานให้แน่น ไหนๆก็เสียเงินแล้ว เอาให้มันได้อะไรสักอย่างละกัน ก็ยังดีนะ

ผมเองก็พึงระลึกถึงข้อนี้อยู่เสมอ เมื่อถึงคราวต้องประเมินตัวเอง ก็ทำใจยอมรับกับผลการทดสอบ เราจะได้แก้ไขพัฒนาส่วนที่บกพร่องน่ะ สรุปสั้นๆคือ รับฟังคำติเตียนของผู้อื่น และตัวเองเสียบ้าง อิ

ความหลงมันร้าย

ความหลงเนี่ย มันร้าย มันเอาความไม่รู้มาบดบัง คนไม่รู้มันก็ไม่รู้จริงๆ คนมาเตือนก็ยังไม่ฟัง การจะขจัดความไม่รู้ได้ เป็นเรื่องยาก แต่ก่อนอื่น เราต้องรู้ตัวเองให้ได้ก่อน ว่าเราเป็นผู้ไม่รู้ และไม่รู้ในเรื่องไหนอีกด้วย นี่แหละ….สุดยอดแล้ว แล้วทำไงอ่ะ ??

มีหลายวิธีเหมือนกัน เช่นการเขียนบันทึกแล้วมาอ่านทีหลัง การฟังคำติเตียนของผู้อื่น รวมถึงการมีต้นแบบที่ดี *0* เอาแค่นี้ก่อนละกัน คำที่ผมเขียนไปมันลึกซึ้งมาก ผมคิดว่าคนที่มีความละเอียดพอกัน ก็จะเข้าใจ แต่คนไม่ละเอียดก็อาจจะงง อะไรของมันวะ โฮ่ๆ

ตอนนี้ผมกำลังทำวิกิ คำละเอียดทั้งหลาย ผมจะนำไปเขียนในนั้น เช่น “ต้นแบบที่ดี” ก็เป็นคำลึกซึ้งอีกเช่นกันจ้ะ

Leave a comment

Your comment

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture.
Anti-spam image

Spam Protection by WP-SpamFree